ขนาดหมวกแก๊ปรอบศีรษะ วัดอย่างไร ฟรีไซส์ใช้กับพนักงานทุกคนได้ไหม
ขนาดหมวกแก๊ปรอบศีรษะควรวัดอย่างไร และฟรีไซส์พอดีกับพนักงานทุกคนไหม ทางเรามีวิธีวัดและสำรวจขนาดก่อนสั่งทำหมวกมาฝาก

สารบัญ · 11 หัวข้อ
- ขนาดหมวกแก๊ปรอบศีรษะ สำคัญอย่างไรกับหมวกยูนิฟอร์ม
- วัดรอบศีรษะอย่างไรให้ได้ตัวเลขที่ใช้ได้จริง
- ข้อควรระวังเรื่องทรงผม
- ตัวเลขรอบศีรษะไม่เท่ากับขนาดหมวกเสมอไป
- ฟรีไซส์ใช้ได้กับพนักงานทุกคนไหม
- เนื้อผ้ามีผลต่อความรู้สึกเวลาสวมใส่
- ตัวอย่างการสำรวจขนาดศีรษะพนักงานก่อนสั่งทำหมวก
- จัดกลุ่มตัวเลขเพื่อตัดสินใจ
- อย่าลืมเผื่อพนักงานใหม่
- ขนาดหมวกกับลายปักโลโก้ ต้องดูควบคู่กันอย่างไร
- เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนแจ้งขนาดหมวกกับโรงงาน
ขนาดหมวกแก๊ปรอบศีรษะ สำคัญอย่างไรกับหมวกยูนิฟอร์ม
ถ้าคุณกำลังตัดสินใจสั่งหมวกให้พนักงานหรือทีมงานทั้งองค์กร เรื่องแรกๆ ที่ทางเราอยากให้คิดให้รอบคอบก็คือ ขนาดหมวกแก๊ปรอบศีรษะ เพราะหมวกจะสวยแค่ไหน หรือโลโก้จะปักคมแค่ไหน ถ้าใส่แล้วไม่พอดี พนักงานก็ไม่อยากใส่อยู่ดี และหมวกก็จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นยูนิฟอร์มอย่างที่ตั้งใจไว้ หมวกที่หลวมเกินไปจะหลุดง่าย โดยเฉพาะเวลาก้มทำงาน เดินกลางแดด หรือมีลมแรง พอต้องคอยจับหมวกบ่อยๆ ทรงหมวกก็เสียเร็วและดูไม่เรียบร้อย ส่วนหมวกที่คับเกินไปจะรัดหน้าผาก ทำให้ปวดหัวหรืออึดอัดเมื่อใส่ทั้งวัน สุดท้ายพนักงานก็มักถอดวางทิ้งไว้ ลายปักโลโก้ที่ลงทุนทำไปจึงไม่ถูกมองเห็นอย่างที่ควร
บทความนี้ทางเราจะพาคุณวัดรอบศีรษะให้ถูกวิธี ทำความเข้าใจว่าฟรีไซส์ใช้ได้กับใครบ้าง และเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนคุยกับโรงงาน ใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกทรงไหน ลองดูภาพรวมของ หมวกแก๊ปยูนิฟอร์มและเนื้อผ้าที่ผลิตได้ ประกอบไปด้วยก็ได้
วัดรอบศีรษะอย่างไรให้ได้ตัวเลขที่ใช้ได้จริง
ก่อนอื่นต้องบอกตรงๆ ว่าทางเราไม่ได้ระบุตัวเลขขนาดมาตรฐานของหมวกไว้ในบทความนี้ เพราะขนาดของหมวกแต่ละทรงและแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน หากอยากทราบว่าทรงที่คุณสนใจรองรับรอบศีรษะช่วงไหน แนะนำให้สอบถามทีมงาน Thanaplus โดยตรง แต่สิ่งที่คุณทำได้เองตั้งแต่วันนี้คือการวัดรอบศีรษะของพนักงานให้ได้ตัวเลขที่เชื่อถือได้ ซึ่งทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังนี้

- เตรียมสายวัดแบบผ้า เพราะสายวัดแข็งหรือไม้บรรทัดจะวัดรอบศีรษะที่โค้งไม่ได้
- วางสายวัดให้พาดผ่านเหนือคิ้วและเหนือใบหูเล็กน้อย แล้ววนไปรอบส่วนที่กว้างที่สุดของศีรษะ
- ดึงสายให้แนบพอดี ไม่ตึงจนรัด และไม่หลวมจนสายหย่อน
- อ่านค่าเป็นเซนติเมตร แล้วจดไว้ทันที
- วัดซ้ำอีก 1 รอบ แล้วเทียบกับครั้งแรก เพราะสายวัดอาจเลื่อนโดยไม่รู้ตัว
ข้อควรระวังเรื่องทรงผม
ผมหนา ผมยาวที่รวบเป็นมวย หรือทรงผมที่ฟูมีผลกับตัวเลขไม่น้อย ดังนั้นควรวัดตามทรงผมที่พนักงานใส่จริงเวลาทำงาน เพราะถ้าวัดตอนผมแนบหนังศีรษะ แต่ตอนใส่หมวกต้องรวบผมสูง หมวกก็อาจคับกว่าที่คิด
ตัวเลขรอบศีรษะไม่เท่ากับขนาดหมวกเสมอไป
หลายคนเข้าใจว่าถ้ารอบศีรษะเท่านี้ ต้องใช้หมวกขนาดเท่านั้นเป๊ะๆ แต่ในความจริงหมวกมีขอบเผื่อ ความลึกของทรง และสายปรับที่ต่างกันตามรุ่น ตัวเลขที่วัดได้จึงเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับคุยกับโรงงานมากกว่า ทางที่ดีคือถามว่าหมวกรุ่นที่คุณเลือกรองรับรอบศีรษะช่วงไหน แล้วค่อยเทียบกับตัวเลขที่สำรวจมา
ฟรีไซส์ใช้ได้กับพนักงานทุกคนไหม
คำถามที่ฝ่ายบุคคลและฝ่ายจัดซื้อถามเรามากที่สุดคือ “ฟรีไซส์ใช้ได้กับพนักงานทุกคนไหม” คำตอบแบบตรงไปตรงมาก็คือ ส่วนใหญ่แล้วหมวกแก๊ปแบบมีสายปรับด้านหลังออกแบบมาให้ปรับได้ในช่วงหนึ่ง จึงเหมาะกับคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้พอดีกับทุกคน

กรณีที่ฟรีไซส์อาจไม่พอดี มีดังนี้
- พนักงานที่ศีรษะใหญ่หรือเล็กกว่าปกติมาก เพราะสายปรับมีช่วงจำกัด จะปรับให้สุดแล้วก็ยังหลวมหรือคับอยู่
- พนักงานที่ผมหนา เพราะผมจะดันให้หมวกรัดกว่าที่วัดไว้
- พนักงานที่รวบผมเป็นมวย เพราะต้องเผื่อพื้นที่ด้านหลัง และต้องเลือกทรงหรือตำแหน่งสายปรับที่เหมาะ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตารางนี้จะเปรียบเทียบหมวกแบบมีสายปรับกับแบบไม่มีสายปรับ ในด้านที่ผู้ซื้อมักใช้ตัดสินใจ
| หัวข้อ | หมวกแบบมีสายปรับ | หมวกแบบไม่มีสายปรับ |
|---|---|---|
| ความยืดหยุ่น | ปรับได้ตามขนาดศีรษะของแต่ละคน | พอดีเฉพาะคนที่ขนาดตรงกับหมวก |
| ความเหมาะกับยูนิฟอร์ม | เหมาะกับพนักงานหลายคนที่ขนาดศีรษะต่างกัน | เหมาะกับกลุ่มเล็กที่วัดขนาดไว้ครบ |
| ข้อควรระวัง | ศีรษะที่ใหญ่หรือเล็กมากอาจเกินช่วงปรับ | ต้องแยกขนาดและวางแผนล่วงหน้ามากขึ้น |
เนื้อผ้ามีผลต่อความรู้สึกเวลาสวมใส่
นอกจากสายปรับแล้ว เนื้อผ้าก็ทำให้หมวกที่ขนาดเท่ากันให้ความรู้สึกต่างกันได้ ผ้าที่เบาและยืดหยุ่นกว่าจะสวมแล้วรู้สึกคล่องตัว ส่วนผ้าที่หนาและตั้งทรงจะให้ความรู้สึกแน่นและกระชับกว่า ตัวอย่างเช่น หมวกผ้าคอมบ์ทวิล ที่นิยมใช้กับหมวกยูนิฟอร์ม และ หมวกผ้าไมโคร ที่เหมาะกับคนที่ชอบความเบา การเลือกผ้าจึงเป็นอีกเรื่องที่ควรคิดควบคู่กับขนาดเสมอ
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือขอดูตัวอย่างจริง แล้วให้พนักงานกลุ่มตัวอย่างลองสวมก่อนสั่งผลิตจริง ควรเลือกให้มีทั้งคนศีรษะเล็ก ศีรษะใหญ่ และคนที่ผมหนา เพราะจะช่วยให้เห็นปัญหาตั้งแต่ก่อนผลิตทั้งล็อต
ตัวอย่างการสำรวจขนาดศีรษะพนักงานก่อนสั่งทำหมวก
สมมติว่าฝ่ายบุคคลของบริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงานหลายแผนก ทั้งฝ่ายผลิต ฝ่ายขนส่ง และฝ่ายขาย ต้องการหมวกยูนิฟอร์มให้ทุกคน วิธีที่ทำได้จริงและไม่ยุ่งยากคือทำตารางสำรวจง่ายๆ ลงในไฟล์สเปรดชีต แล้วให้หัวหน้าแต่ละแผนกช่วยกรอก โดยมีคอลัมน์ดังตัวอย่างนี้
| ชื่อพนักงาน | แผนก | รอบศีรษะ (ซม.) | ทรงผม | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| พนักงาน A | ฝ่ายผลิต | กรอกตัวเลขที่วัดได้ | ผมสั้น | ใส่ทุกวัน |
| พนักงาน B | ฝ่ายขาย | กรอกตัวเลขที่วัดได้ | รวบผมเป็นมวย | ใส่เป็นครั้งคราว |
| พนักงาน C | ฝ่ายขนส่ง | กรอกตัวเลขที่วัดได้ | ผมหนา | ทำงานกลางแจ้ง |
จัดกลุ่มตัวเลขเพื่อตัดสินใจ
เมื่อได้ตัวเลขครบแล้ว ให้เรียงจากน้อยไปมาก แล้วดูว่าส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในช่วงไหน จากนั้นนับว่ามีกี่คนที่อยู่นอกช่วงนั้น เพราะถ้าคนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเดียวกันและมีคนนอกช่วงเพียงไม่กี่คน ฟรีไซส์แบบมีสายปรับก็มักตอบโจทย์ได้ แต่ถ้ามีคนนอกช่วงจำนวนมาก ควรคุยกับโรงงานว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ เช่น ทรงที่ปรับได้กว้างขึ้น หรือการแยกขนาด
อย่าลืมเผื่อพนักงานใหม่
องค์กรส่วนใหญ่มีพนักงานเข้าใหม่อยู่เรื่อยๆ ดังนั้นควรเผื่อจำนวนหมวกไว้ส่วนหนึ่ง และเผื่อสำหรับขนาดที่อยู่นอกช่วงด้วย เพื่อไม่ต้องสั่งซ้ำเป็นล็อตเล็กๆ ซึ่งอาจทำให้สีหรือเฉดผ้าไม่ตรงกับล็อตแรก ส่วนคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการสั่งทำ สามารถอ่านเพิ่มได้ที่หน้า คำถามที่พบบ่อย
ขนาดหมวกกับลายปักโลโก้ ต้องดูควบคู่กันอย่างไร
หลายคนมองว่าขนาดหมวกกับลายปักเป็นคนละเรื่อง แต่จริงๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวกันโดยตรง เพราะขนาดและทรงของหมวกกำหนดพื้นที่ด้านหน้าที่ใช้ปักได้ ถ้าลายใหญ่เกินไป หมวกจะย่นและดูไม่สมส่วน แต่ถ้าเล็กเกินไป โลโก้ก็จะมองไม่เห็นจากระยะไกล
สิ่งที่ทางเราแนะนำให้ทำมีดังนี้
- กำหนดขนาดลายเป็นเซนติเมตร และระบุตำแหน่งให้ชัด เช่น ด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง เพราะโรงงานจะได้ประเมินได้ตรงกับทรงหมวกที่เลือก
- พิมพ์โลโก้ออกมาแล้วทาบกับหมวกจริงดูก่อน เพราะจะเห็นภาพสัดส่วนได้ชัดกว่าดูจากหน้าจอ
- เลือกทรงที่ด้านหน้าตั้งทรง เพราะมักปักได้คมชัดกว่าทรงนุ่มหรือทรงที่ด้านหน้าโค้งมาก
ถ้าคุณอยากรู้ขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่เตรียมไฟล์จนรับงาน ลองอ่านบทความ สั่งทำหมวกปักโลโก้บริษัท และดูรายละเอียดงานปักได้ที่หน้า บริการงานปัก เมื่อรู้ทั้งขนาดหมวกและขนาดลายแล้ว การคุยกับทีมงานจะง่ายขึ้นมาก
เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนแจ้งขนาดหมวกกับโรงงาน
เมื่อสำรวจขนาดเสร็จแล้ว ข้อมูลที่ควรเตรียมไว้ก่อนติดต่อโรงงาน มีดังนี้
- จำนวนหมวกที่ต้องการ รวมส่วนที่เผื่อสำหรับพนักงานใหม่
- ทรงหมวกและเนื้อผ้าที่สนใจ
- ช่วงรอบศีรษะที่สำรวจได้จากพนักงาน
- จำนวนคนที่อยู่นอกช่วงนั้น เพราะอาจต้องใช้ทางเลือกพิเศษ
- ขนาดและตำแหน่งของลายปัก
- ไฟล์โลโก้และสีด้ายที่ต้องการ
ส่วนเรื่องราคา จำนวนขั้นต่ำ และระยะเวลาผลิต ทางเราไม่ได้ระบุตัวเลขไว้ในบทความนี้ เพราะแต่ละงานแตกต่างกันตามทรง เนื้อผ้า และลายปัก จึงอยากเชิญคุณสอบถามทีมงานเพื่อรับใบเสนอราคาที่ตรงกับงานของคุณจริงๆ
หากคุณมีตัวเลขสำรวจพร้อมแล้ว หรือยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรงไหน ยินดีให้คำปรึกษาผ่านหน้า ติดต่อเรา ของ Thanaplus ได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ซักหมวกแก๊ปปักโลโก้ ยังไงไม่ให้ทรงเสีย ดูแลหมวกยูนิฟอร์มให้ใช้ได้นาน
วิธีซักหมวกแก๊ปปักโลโก้ ตาก และเก็บให้หมวกอยู่ทรง งานปักไม่พัง พร้อมวิธีเลือกหมวกยูนิฟอร์มให้ดูแลง่าย

ราคาหมวกแก๊ปสั่งทำ 50 100 300 ใบ ราคาต่อใบต่างกันแค่ไหน
สั่งหมวกแก๊ป 50 ใบ 100 ใบ หรือ 300 ใบ ราคาต่อใบต่างกันแค่ไหน อ่านปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลงและวิธีเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคา

สั่งทำหมวกใช้เวลากี่วัน ต้องสั่งล่วงหน้านานแค่ไหน
รวมคำตอบว่าสั่งทำหมวกปักโลโก้ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างไร อะไรกระทบเวลาผลิต และเตรียมอะไรเมื่อต้องใช้งานด่วน