web rank s

ซักเสื้อช็อปคราบน้ำมัน ให้จาระบีหลุด ผ้าไม่เสียทรง โลโก้ไม่ลอก

ซักเสื้อช็อปคราบน้ำมันและจาระบีอย่างไรให้หลุด ผ้าไม่เสียทรง โลโก้ไม่ลอก พร้อมวิธีเลือกผ้าและเทคนิคโลโก้ตอนสั่งผลิต

โดย ทีมงานโรงงานธนพลัส||
เสื้อช็อปโรงงานสีเทาพับวางบนโต๊ะสะอาด สำหรับเนื้อหาซักเสื้อช็อปคราบน้ำมันและจาระบี
เสื้อช็อปโรงงานสีเทาพับวางบนโต๊ะสะอาด สำหรับเนื้อหาซักเสื้อช็อปคราบน้ำมันและจาระบี
สารบัญ · 12 หัวข้อ
  1. ทำไมซักเสื้อช็อปคราบน้ำมัน ถึงยากกว่าคราบทั่วไป
  2. เตรียมก่อนซัก สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเสื้อโดนน้ำมันหรือจาระบี
  3. ขั้นตอนซักเสื้อช็อปคราบน้ำมันและจาระบีให้หลุด
  4. ขั้นที่ 1 หยดน้ำยาย่อยไขมันลงบนคราบ
  5. ขั้นที่ 2 ลูบเบาๆ จากขอบเข้าหาตรงกลาง
  6. ขั้นที่ 3 ซักด้วยน้ำอุ่นพอเหมาะ
  7. ขั้นที่ 4 ตรวจดูก่อนอบหรือตาก
  8. คราบสดกับคราบเก่า รับมือต่างกันอย่างไร
  9. ซักอย่างไรให้ผ้าไม่เสียทรงและโลโก้ไม่ลอก
  10. เลือกผ้าและเทคนิคโลโก้ตั้งแต่ตอนสั่งผลิต ช่วยให้ซักคราบน้ำมันง่ายขึ้น
  11. สีเสื้อและตำแหน่งโลโก้ก็ช่วยได้
  12. ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสื้อช็อปเสียก่อนเวลา และแนวทางสั่งชุดใหม่กับ Thanaplus

ถ้าคุณเคยซักเสื้อที่เปื้อนน้ำมันและจาระบีมาหลายรอบแล้ว แต่ยังเห็นรอยดำค้างอยู่ หรือซักแรงจนผ้าเสียทรงและโลโก้เริ่มลอก ทางเราเข้าใจดีว่าเรื่อง ซักเสื้อช็อปคราบน้ำมัน ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่พอเจอจริงกลับกวนใจทั้งคนใส่และคนดูแลทีมงาน บทความนี้ทางเราจะพาทุกคนไล่ดูตั้งแต่เหตุผลที่คราบหลุดยาก วิธีเตรียมก่อนซัก ขั้นตอนซักทีละขั้น ไปจนถึงการเลือกผ้าและเทคนิคโลโก้ตอนสั่งผลิต เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรดูแลชุดเดิมอย่างไร หรือควรวางแผนเปลี่ยนชุดใหม่เมื่อไร

ทำไมซักเสื้อช็อปคราบน้ำมัน ถึงยากกว่าคราบทั่วไป

คราบเหงื่อหรือฝุ่นส่วนใหญ่หลุดได้ด้วยน้ำและผงซักฟอกปกติ แต่น้ำมันไม่ละลายในน้ำ ถ้าซักด้วยน้ำเปล่าหรือใช้น้ำยาน้อยเกินไป น้ำมันก็จะเกาะอยู่ในเส้นใยต่อไป จึงต้องอาศัยตัวช่วยที่ย่อยไขมันได้ ส่วนจาระบีจะข้นเหนียวกว่าน้ำมันเครื่อง เพราะมีส่วนผสมที่ทำให้เกาะชิ้นส่วนเครื่องจักรได้นาน พอมาติดเสื้อก็เกาะแน่นเช่นกัน ถ้ารีบถูหรือขยี้แรงตั้งแต่แรก คราบจะถูกดันลึกลงไปในเนื้อผ้าและกลายเป็นรอยดำที่ซักออกยากขึ้นอีก จังหวะแรกหลังเปื้อนจึงสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนซักเลย

อีกเรื่องคือเสื้อช็อปงานโรงงานต้องเปื้อนซ้ำและซักบ่อยเป็นปกติ ถ้าซักผิดวิธีเพียง 2-3 ครั้ง คราบก็สะสมเป็นชั้นๆ เสื้อจึงดูหมองและเก่าเร็ว ใครที่ใช้เสื้อสำหรับงานช่าง เช่นกลุ่มเสื้อในหน้า เสื้อช็อปเวิร์คช็อป จะรู้ดีว่าการดูแลที่ถูกวิธีช่วยยืดอายุชุดได้มาก

เตรียมก่อนซัก สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเสื้อโดนน้ำมันหรือจาระบี

สิ่งที่ทำได้ทันทีหลังเปื้อน แม้ยังอยู่หน้างาน ก็ช่วยให้ตอนซักง่ายขึ้นมาก ขั้นตอนเตรียม มีดังนี้

  1. ซับคราบส่วนเกินด้วยกระดาษหรือผ้าสะอาดโดยกดเบาๆ และไม่ถู เพราะการถูจะดันคราบให้ลึกและลามกว้างขึ้น
  2. ใช้ช้อนหรือสันของที่ไม่คมปาดจาระบีก้อนออกก่อนแตะน้ำ เพราะถ้าลูบน้ำทั้งที่จาระบียังเป็นก้อน คราบจะแผ่กระจายออกไปรอบๆ
  3. แยกเสื้อที่เปื้อนน้ำมันออกจากเสื้อตัวอื่น เพราะคราบอาจถ่ายไปติดตัวอื่นทั้งตอนกองรวมกันและตอนซักพร้อมกัน
  4. อย่าตากหรือรีดเสื้อที่ยังมีคราบ เพราะความร้อนจะทำให้น้ำมันฝังแน่นในเส้นใย
  5. ซักให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะคราบที่ทิ้งไว้นานจะแห้งและเกาะแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าคุณดูแลทีมที่ใส่เสื้อช็อปหลายคน ลองวางตะกร้าแยกสำหรับเสื้อเปื้อนน้ำมันไว้ในโรงงาน วิธีนี้ง่ายและช่วยให้เสื้อตัวอื่นไม่พลอยเปื้อนไปด้วย

ซักเสื้อช็อปคราบน้ำมัน ให้จาระบีหลุด ผ้าไม่เสียทรง โลโก้ไม่ลอก

ขั้นตอนซักเสื้อช็อปคราบน้ำมันและจาระบีให้หลุด

เมื่อเตรียมเสื้อแล้ว เราค่อยซักกันทีละขั้น วิธีที่ทางเรารวบรวมมานี้ทำเองได้โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์พิเศษ

ขั้นที่ 1 หยดน้ำยาย่อยไขมันลงบนคราบ

ใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าชนิดเข้มข้นหยดลงบนคราบ แล้วทิ้งไว้ให้ซึมโดยไม่ขยี้แรง เพราะน้ำยาล้างจานออกแบบมาให้ย่อยไขมัน จึงช่วยแยกน้ำมันออกจากเส้นใยได้ดี แต่ควรระวังไม่ให้โดนลายโลโก้โดยตรง

ขั้นที่ 2 ลูบเบาๆ จากขอบเข้าหาตรงกลาง

ใช้นิ้วหรือแปรงขนนุ่มลูบจากขอบคราบเข้าหาตรงกลาง เพราะจะไม่ดันคราบให้ลามออกนอกวง ถ้าขยี้จากกลางออกไปขอบ คราบจะกว้างขึ้นและต้องซักซ้ำมากกว่าเดิม

ขั้นที่ 3 ซักด้วยน้ำอุ่นพอเหมาะ

ซักด้วยน้ำอุ่นตามที่ป้ายดูแลรักษาผ้าอนุญาต ไม่ใช่น้ำร้อนจัด เพราะน้ำอุ่นช่วยให้น้ำมันอ่อนตัวและหลุดง่ายขึ้น แต่น้ำร้อนจัดอาจทำให้ผ้าหดและกระทบลายโลโก้ได้ แล้วซักแยกจากเสื้อตัวอื่นที่ไม่เปื้อน

ขั้นที่ 4 ตรวจดูก่อนอบหรือตาก

ก่อนเข้าเครื่องอบหรือตากแดด ให้ยกเสื้อดูในที่สว่างว่าคราบหมดหรือยัง เพราะคราบบางจุดมองไม่ชัดตอนเปียก ถ้ายังเหลือรอย ให้ทำขั้นที่ 1 ถึง 3 ซ้ำ เพราะความร้อนจะล็อกคราบไว้ในเนื้อผ้า

คราบสดกับคราบเก่า รับมือต่างกันอย่างไร

คราบสดมักหลุดง่ายกว่า เพราะน้ำมันยังไม่ซึมลึก ส่วนคราบเก่าอาจต้องแช่น้ำยานานขึ้นและทำซ้ำหลายรอบ เวลาที่เหมาะขึ้นอยู่กับชนิดผ้าและความหนาของคราบ ทางเราจึงไม่ระบุตัวเลขตายตัว ตารางต่อไปนี้สรุปวิธีรับมือของคราบแต่ละแบบให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น

ชนิดคราบลักษณะวิธีรับมือที่แนะนำ
น้ำมันเครื่องสดยังเปียก ซึมเร็วซับให้แห้ง หยดน้ำยาล้างจาน ลูบเบาๆ แล้วซักตามปกติ
จาระบีข้นเหนียวเป็นก้อนปาดก้อนออกก่อน แล้วละลายด้วยน้ำยาย่อยไขมัน ทำซ้ำหากยังเหลือรอย
คราบเก่าฝังนานแห้ง เป็นรอยดำแช่น้ำยาให้ซึมนานขึ้นและซักซ้ำจนคราบจางลง

ถ้าอยากอ่านเรื่องคราบประเภทอื่น ลองดูบทความ เสื้อเลอะทำยังไงดี รวมวิธีแก้คราบยอดฮิตแบบเร่งด่วน และถ้ากังวลเรื่องลายที่เริ่มเสื่อม อ่านเพิ่มได้ที่ เสื้อสกรีนแตก ลอก ซีดง่าย เกิดจากอะไร

ซักอย่างไรให้ผ้าไม่เสียทรงและโลโก้ไม่ลอก

การเอาคราบออกให้หมดเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของงาน อีกครึ่งคือการรักษาผ้าและโลโก้ให้ดูดีเหมือนเดิม ข้อแนะนำที่ใช้ได้กับเสื้อช็อปส่วนใหญ่ มีดังนี้

  • กลับด้านเสื้อก่อนซักทุกครั้ง เพราะโลโก้ที่อยู่ด้านในจะเสียดสีกับเครื่องซักผ้าและเสื้อตัวอื่นน้อยลง
  • ใส่ถุงซักผ้า เพราะถุงช่วยลดแรงเสียดสีและไม่ให้เสื้อพันกันในเครื่อง
  • เลี่ยงสารฟอกขาวแรงๆ เพราะอาจทำให้สีผ้าและสีลายซีดเร็วกว่าที่ควร
  • ไม่ขัดแปรงแรงบนลายสกรีน เพราะยิ่งขัดแรง ลายก็ยิ่งหลุดลอกเร็วขึ้น
  • ตากในที่ร่มที่ลมผ่าน เพราะแดดจัดและการอบร้อนจัดทำให้ผ้าหดและลายเสื่อมเร็ว

ถ้าจำเป็นต้องใช้ตัวทำละลายแรง ให้ทดลองกับมุมที่ไม่เด่นของเสื้อก่อน เพราะอาจทำลายผิวหมึกหรือกาวของลายได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่แล้วโลโก้ปักมักทนการซักบ่อยและการขยี้ได้ดีกว่าลายสกรีนบางแบบ เพราะเป็นเส้นด้ายที่ยึดกับตัวผ้า ไม่ใช่ชั้นหมึกที่เคลือบด้านบน หากอยากเข้าใจเรื่องการดูแลลายเพิ่มเติม อ่านได้ที่ เสื้อยืดสกรีน กับวิธีการดูแลให้สียังคงดูดี และถ้าอยากดูเทคนิคที่ผลิตได้จริง ลองเข้าไปที่ บริการสกรีนเสื้อ หรือ งานปักโลโก้

เลือกผ้าและเทคนิคโลโก้ตั้งแต่ตอนสั่งผลิต ช่วยให้ซักคราบน้ำมันง่ายขึ้น

หลายคนคิดว่าการซักให้คราบหลุดเป็นเรื่องของวิธีซักอย่างเดียว แต่การเลือกผ้าตั้งแต่ตอนสั่งผลิตก็มีผลไม่น้อย ผ้าที่ทอแน่นมักไม่ซึมคราบลึกเท่าผ้าเนื้อหลวม จึงซักออกง่ายกว่า ส่วนน้ำหนักผ้าหรือสัดส่วนเส้นใยของแต่ละรุ่น ขอให้สอบถามทีมงานโดยตรงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ

สำหรับเสื้อช็อปงานช่างและโรงงาน Thanaplus มีหลายรุ่นผ้าให้เลือก เช่น Comb Twill 072, Comb Twill 777 และ Sert คุณสามารถสอบถามทีมงานได้ว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับงานที่เปื้อนหนักแค่ไหน เพราะงานของแต่ละที่เปื้อนไม่เหมือนกัน ทั้งชนิดน้ำมัน ความถี่ และวิธีซัก

สีเสื้อและตำแหน่งโลโก้ก็ช่วยได้

สีเข้มช่วยพรางคราบที่หลงเหลือได้ดีกว่าสีอ่อน แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องซักให้สะอาด เพราะถ้าปล่อยให้คราบสะสม ผ้าก็จะแข็งและเสื่อมเร็วอยู่ดี นอกจากนี้ ลองเลี่ยงการวางโลโก้ตรงบริเวณที่สัมผัสเครื่องจักรบ่อย เพื่อให้โลโก้ไม่ต้องโดนน้ำยาและการขัดถูโดยไม่จำเป็น ถ้าอยากดูตัวเลือกเสื้อประเภทอื่นประกอบการตัดสินใจ ลองอ่านบทความรวม ผลิตเสื้อ เสื้อยืด เสื้อโปโล เสื้อองค์กร และเสื้อยูนิฟอร์ม

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสื้อช็อปเสียก่อนเวลา และแนวทางสั่งชุดใหม่กับ Thanaplus

จากที่ทางเราคุยกับลูกค้ามา ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสื้อช็อปเสียก่อนเวลา มีดังนี้

  1. ซักด้วยน้ำร้อนจัด เพราะผ้าอาจหดและลายโลโก้เสื่อมเร็ว
  2. ใช้สารฟอกขาวแรงๆ เพราะทำให้สีผ้าและสีลายซีด
  3. อบด้วยความร้อนสูง เพราะทำให้ทรงเสื้อเสียและลายแตกหรือลอกได้ง่าย
  4. ขยี้หรือขัดแปรงบนโลโก้ เพราะแรงเสียดสีทำให้ลายสึกและหลุดเป็นแผ่น
  5. รอซักนานจนคราบฝัง เพราะคราบที่แห้งแล้วหลุดยากกว่าคราบสดมาก

ถ้าเสื้อชุดเดิมสภาพไม่ไหวแล้ว เช่น คราบเก่าสะสมจนซักไม่ออก ผ้าบางลง หรือโลโก้ลอกเป็นหย่อมๆ การสั่งผลิตชุดใหม่ที่เลือกผ้าและเทคนิคโลโก้ให้เหมาะกับงานมักคุ้มกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาซักซ้ำหลายรอบ และทีมงานก็ได้ใส่เสื้อที่ดูเรียบร้อยกว่าเดิม ก่อนสั่ง ลองอ่านบทความ 5 ปัญหาที่เจ้าของแบรนด์เสื้อมักเจอเมื่อสั่งผลิตเสื้อ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม

เรื่องราคา จำนวนขั้นต่ำ และระยะเวลาผลิต ขอเชิญสอบถามทีมงาน Thanaplus เพื่อขอใบเสนอราคาที่ตรงกับงานของคุณ เพราะแต่ละรุ่นผ้าและเทคนิคโลโก้ต่างกัน ดูตัวเลือกสินค้าทั้งหมดได้ที่หน้า เสื้อทุกประเภท และเมื่อพร้อมคุยรายละเอียด เชิญติดต่อทีมงานผ่านหน้า ติดต่อ Thanaplus ได้เลย ทางเรายินดีช่วยแนะนำ

keep reading

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูหมวด web rank s ทั้งหมด →
read it, then make it

อ่านเรื่องผ้าจบแล้ว สั่งผลิตต่อได้เลย

หรือลองวางโลโก้ของคุณกับน้องธนาก่อน ฟรี
โทรเลยแอดไลน์