แต่งตัวตาม Personal Color แต่ละ 4 ฤดู แต่งยังไงให้ปัง
แต่งตัวตาม Personal Color แต่ละ 4 ฤดู แต่งยังไงให้ปัง เคยไหมที่ซื้อเสื้อสวยๆ มา แต่พอใส่แล้วกลับรู้สึกว่า “ไม่ขึ้น” เลย ซึ่งอาจเป็นเพราะโทนสี

สารบัญ · 5 หัวข้อ
เคยไหมที่ซื้อเสื้อสวยๆ มา แต่พอใส่แล้วกลับรู้สึกว่า “ไม่ขึ้น” เลย นั่นอาจไม่ใช่ความผิดของเสื้อผ้า แต่เป็นเพราะโทนสีที่ไม่เข้ากับผิวของคุณต่างหาก ในเรื่องของแฟชั่นนั้นมันไม่ได้มีแค่เทรนด์และสไตล์ แต่ยังมีเรื่องของ แต่งตัวตาม Personal Color ที่จะปลดล็อกความงามที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ และวันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกเคล็ดลับการเลือกสีเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องประดับตาม Personal Color ทั้ง 4 ฤดู เพื่อให้คุณมั่นใจว่าไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็ดูมีออร่า และโดดเด่นกว่าใครอย่างแน่นอน
ฤดูทั้ง 4 ของ Personal Color
ฤดูหลักๆ ของทั้ง 4 ฤดูกาลจะมี Spring Autumn Summer และ Winter แต่รู้ไหมว่ามันไม่ได้มีแค่นั้น เพราะมันยังมีประเภทย่อยอีกนั่นเอง ที่จะทำให้เหมาะกับเรามากขึ้น ดังต่อไปนี้
Spring (ฤดูใบไม้ผลิ) สดใส อบอุ่น มีชีวิตชีวา
อันเดอร์โทน คือโทนอุ่นหรือ Warm Tone สำหรับใครที่ได้ฤดูนี้จะมีความสดใสและความสว่าง สีผิวมีประกายทองอมเหลือง สีของผมที่เหมาะมากจะเป็นสีบลอนด์ทอง น้ำตาลทอง หรือน้ำตาลแดงอ่อนๆ ส่วนตาหรือคอนแทคเลนส์สามารถใส่สีฟ้า เขียวอ่อน หรือน้ำตาลอ่อนประกายทองได้เลย
: True Spring เหมาะกับสีที่สดใสและอบอุ่น เช่น สีเหลืองแสงอาทิตย์ (Sunflower), สีเขียวมะนาว (Lime Green), สีส้มปะการัง (Coral), สีแดงสด (Poppy Red) และสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) การแต่งตัวด้วยสีที่ชัดเจนและมีชีวิตชีวา จะทำให้คุณดูมีพลังและสดใสมากที่สุด
: Warm Spring เหมาะกับสีที่อบอุ่นและมีประกายทอง เช่น สีส้มพีช (Peach), สีเหลืองทอง (Golden Yellow), สีเขียวใบตอง (Leaf Green) และสีน้ำตาลคาราเมล (Caramel) ลองใช้เครื่องประดับสีทอง จะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งประกายและมีชีวิตชีวามากขึ้น
: Light Spring เหมาะกับสีอ่อนใสและพาสเทล เช่น สีชมพูอมส้ม (Salmon Pink), สีมิ้นท์ (Mint Green), สีฟ้าอ่อน (Baby Blue) และสีเบจ (Beige) การแต่งตัวด้วยโทนสีอ่อนๆ จะทำให้คุณดูอ่อนหวานและน่าทะนุถนอม ไม่ควรใช้สีที่เข้มหรือหนักจนเกินไป

Summer (ฤดูร้อน): นุ่มนวล เย็นสบาย ละมุนละไม
จะมี อันเดอร์โทนเย็น หรือ Cool Tone มีความนุ่มนวลและสว่าง สีผิวอมชมพู หรืออมฟ้า สีผมที่เหมาะจะเป็นสีบลอนด์หม่น น้ำตาลอ่อนโทนเย็น ส่วนพวกคอนแทคเลนส์ แนะนำให้ใส่สีฟ้าอมเทา เขียวอมเทา หรือน้ำตาลอมเทา
: Cool Summer เหมาะกับสีที่ดูเย็นและสบายตา เช่น สีฟ้าอ่อน (Powder Blue), สีเขียวอมฟ้า (Seafoam Green), สีชมพูกุหลาบ (Dusty Rose) และสีลาเวนเดอร์ (Lavender) ควรเลือกเครื่องประดับที่เป็นสีเงินหรือสีทองคำขาว จะช่วยขับผิวให้ดูสว่างและกระจ่างใสมากขึ้น
: Light Summer เหมาะกับสีพาสเทลและสีอ่อนใส เช่น สีชมพูอมม่วง (Mauve), สีฟ้าอ่อน (Sky Blue), สีเทาอ่อน (Light Gray) และสีชมพูอ่อน (Baby Pink) แนะนำให้แต่งตัวด้วยโทนสีอ่อนๆ จะช่วยให้คุณดูน่ารักและอ่อนหวาน แต่ควรระวังไม่ให้ใช้สีที่จัดจ้านจนเกินไป
: Mute Summer เหมาะกับสีที่ดูไม่จัดจ้านและมีอันเดอร์โทนสีเทา เช่น สีกรมท่า (Navy Blue), สีเขียวใบโอลีฟ (Olive Green), สีฟ้าหม่น (Dusty Blue) และสีชมพูอมเทา (Rose Taupe) คุณสามารถสวมใส่สีกลางๆ ได้ดี ไม่ควรเลือกสีที่สว่างหรือเข้มเกินไป การแต่งตัวด้วยโทนสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวจะทำให้คุณดูมีมิติ ควรหลีกเลี่ยงสีสดจัดๆ หรือสีโทนอุ่นจัดๆ เช่น ส้มสด เหลืองสด แดงสด จะทำให้ผิวดูซีดและจืดชืด
Autumn (ฤดูใบไม้ร่วง) อบอุ่น ลึกซึ้ง เป็นธรรมชาติ
จะเป็นอันเดอร์โทนอุ่น หรือ Warm Tone มีความลึกซึ้งและความนุ่มนวล มีสีผิวมีประกายทอง หรือสีน้ำผึ้ง สีผมที่เหมาะมักจะเป็นสีน้ำตาลเข้มประกายทอง แดงเข้ม ส่วสคอนแทคเลนส์ที่แนะนำจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม เขียวเข้ม หรือเฮเซล (Hazel)
: True Autumn เหมาะกับสีเอิร์ธโทน (Earth Tone) ที่ดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เช่น สีเขียวมะกอก (Olive Green), สีส้มสนิม (Rust), สีมัสตาร์ด (Mustard Yellow) และสีแดงอิฐ (Brick Red) การใช้เครื่องประดับสีทองแดง หรือสีเงินด้าน จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับคุณได้เป็นอย่างดี
: Deep Autumn เหมาะกับสีที่เข้มและลุ่มลึก เช่น สีเขียวป่า (Forest Green), สีแดงเลือดหมู (Burgundy), สีม่วงเข้ม (Plum) และสีน้ำตาลมะฮอกกานี (Mahogany) การแต่งตัวด้วยโทนสีเข้มจะช่วยเพิ่มความลึกลับและน่าค้นหา แต่ควรเลือกสีที่มีความอบอุ่นผสมอยู่ด้วย
: Mute Autumn เหมาะกับสีที่ดูไม่จัดจ้านและมีความทึบเล็กน้อย เช่น สีเขียวมอส (Moss Green), สีเบจ (Beige), สีเทอร์ราคอตต้าอ่อน (Soft Terracotta) และสีน้ำตาลอูฐ (Camel) คุณสามารถใช้โทนสีอ่อนและธรรมชาติได้ดีกว่าออทั่มประเภทอื่น การแต่งตัวด้วยโทนสีกลางๆ จะทำให้คุณดูสงบและน่าเข้าหา
Winter (ฤดูหนาว) โดดเด่น ชัดเจน คมเข้ม
ลักษณะของอันเดอร์โทน จะเป็นโทนเย็น หรือ Cool Tone , มีความสดและเข้มไปในทีเดียวกัน สีผิวขาวซีดอมชมพู หรือคล้ำเข้มแต่มีอันเดอร์โทนเย็น สีผมจะเหมาะกับสีดำสนิท น้ำตาลเข้มจัด ส่วนสีคอนแทคเลนส์ที่เหมาะก็คือสีดำ น้ำเงินเข้ม เขียวเข้ม หรือเทา
: Cool Winter เหมาะกับสีที่เย็นจัดและสดใส เช่น สีฟ้าคราม (Royal Blue), สีเขียวมรกต (Emerald Green), สีชมพูฟูเชีย (Fuchsia) และสีดำ (Jet Black) การแต่งตัวด้วยโทนสีเย็นและสีที่ตัดกันอย่างชัดเจนจะช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับบุคลิกของคุณ
: Deep Winter เหมาะกับสีที่เข้มและลุ่มลึก เช่น สีดำ (Black), สีม่วงเข้ม (Deep Purple), สีแดงทับทิม (Ruby Red) และสีเขียวสน (Pine Green) สามารถสวมใส่สีที่เข้มและหนักได้ดี การใช้สีดำและสีขาวในสัดส่วนที่ชัดเจนจะทำให้คุณดูมีเสน่ห์
: Bright Winter เหมาะกับสีที่สดใสและจัดจ้าน เช่น สีแดง (True Red), สีฟ้าสด (Electric Blue), สีเขียวสด (Kelly Green) และสีเหลืองมะนาว (Lemon Yellow) ควรแต่งตัวด้วยโทนสีที่สดใสและมีความคอนทราสต์สูง จะช่วยเสริมให้คุณดูมีพลังและมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร
อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องทิ้งเสื้อผ้าทั้งหมดนะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ตรงกับ Personal Color ของคุณก็ตาม คุณอาจจะยังใส่เสื้อผ้าเหล่านั้นได้ โดยเลือกชิ้นที่อยู่ใกล้ใบหน้าเป็นสีที่ใช่ หรือใช้เทคนิคเลเยอร์ด้วยเสื้อคลุม หรือผ้าพันคอที่มีสีที่เข้ากับคุณ
สุดท้ายแล้ว ถึง Personal Color จะเป็นเครื่องมือที่ดี แต่ถ้าคุณรักเสื้อผ้าสีไหน และรู้สึกมั่นใจเมื่อสวมใส่ ก็จงใส่มันอย่างมั่นใจ เพราะความมั่นใจคือสิ่งที่ทำให้คุณดูดีที่สุดเสมอ ส่วนการ แต่งตัวตาม Personal Color เป็นเพียงไกด์ไลน์ที่ช่วยให้คุณแมทช์สีได้สวยขึ้นกว่าเดิมปกติ เพราะการเลือกสีที่สอดคล้องกับอันเดอร์โทน ความสว่าง และความคมชัดของผิวคุณจะทำให้คุณเปล่งประกาย ไม่ว่าคุณจะแต่งตัวสไตล์ไหน ก็สามารช่วยให้ออร่าของคุณผ่องขึ้นมาอย่างชัดเจน
บทความที่เกี่ยวข้อง

เทคนิคสกรีนเสื้อแบบไหนดี เข้าใจง่ายๆ ในหน้าเดียว
เทคนิคสกรีนเสื้อแบบไหนดี เข้าใจง่ายๆ ในหน้าเดียว สิ่งที่ควรคิดให้มากกว่าคำถามว่า “ทำลายนี้ได้ไหม” คือ “ลายนี้ควรใช้เทคนิคอะไรถึงดีที่สุด”

สกรีน DFT กับ DGT ต่างกันยังไงเลือกแบบไหนให้เหมาะกับเสื้อ
สกรีน DFT กับ DGT ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเสื้อ และเทคนิคไหนเหมาะกับงานที่กำลังจะทำมากกว่า บทความนี้จะบอกคุณเอง

Half Tone กับ CMYK ต่างกันยังไง เทคนิคสกรีนเสื้อที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
Half Tone กับ CMYK ต่างกันยังไง เทคนิคสกรีนเสื้อที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ มันมีหลักการทำงานและลักษณะของภาพที่แตกต่างกัน