งานสกรีน

แจ็คเก็ตสกรีนโลโก้ ผ้าร่ม สกรีนแบบไหนไม่ลอก เทียบกับงานปัก

สกรีนโลโก้บนแจ็คเก็ตผ้าร่มทำได้ แต่ต้องเลือกเทคนิคให้ตรงกับผิวผ้า มาดูว่าสกรีนแบบไหนไม่ลอก และเมื่อไรควรเลือกปักแทน

โดย ทีมงานโรงงานธนพลัส||
แจ็คเก็ตผ้าร่มหลายสีโทนนุ่มแขวนและพับเรียงในฉากเดียว มีลายสกรีนโลโก้เรียบๆ และงานปักต่างกัน เหมาะกับยูนิฟอร์มบริษัท
แจ็คเก็ตผ้าร่มหลายสีโทนนุ่มแขวนและพับเรียงในฉากเดียว มีลายสกรีนโลโก้เรียบๆ และงานปักต่างกัน เหมาะกับยูนิฟอร์มบริษัท
สารบัญ · 12 หัวข้อ
  1. แจ็คเก็ตสกรีนโลโก้ ผ้าร่ม ทำได้ไหม และทำไมหลายคนกังวลเรื่องลอก
  2. ผ้าร่มแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และมีผลกับงานสกรีนอย่างไร
  3. สกรีนแบบไหนบนแจ็คเก็ตผ้าร่มถึงไม่ลอก
  4. เทคนิคสกรีนที่เหมาะกับผ้าผิวลื่น
  5. หลักที่ช่วยให้สกรีนแล้วไม่ลอก
  6. แจ็คเก็ตผ้าร่ม สกรีนหรือปัก แบบไหนเหมาะกับยูนิฟอร์มบริษัท
  7. เลือกตำแหน่งและขนาดโลโก้บนแจ็คเก็ตให้เห็นชัดและใช้งานได้จริง
  8. ขั้นตอนเตรียมข้อมูลและสั่งทำแจ็คเก็ตสกรีนโลโก้กับ Thanaplus
  9. คำถามที่พบบ่อยเรื่องแจ็คเก็ตผ้าร่มสกรีนโลโก้
  10. “สกรีนผ้าร่มแล้วจะลอกง่ายไหม”
  11. “ผ้าร่มปักได้ไหม”
  12. “ควรซักแจ็คเก็ตที่สกรีนอย่างไร”

หากคุณกำลังคิดจะทำ แจ็คเก็ตสกรีนโลโก้ ผ้าร่ม ให้ทีมงานหรือองค์กร คำถามแรกที่ทางเรามักได้ยินจากลูกค้าคือ “สกรีนบนผ้าร่มได้ไหม แล้วจะลอกหรือเปล่า” คำตอบตรงๆ คือทำได้ แต่ต้องเลือกเทคนิคให้เหมาะกับผิวผ้า เพราะผ้าร่มมีผิวลื่นและบางกว่าผ้าที่ใช้ทำเสื้อยืดทั่วไป บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรสกรีนแบบไหน เมื่อไรควรปักแทน และต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนสั่งผลิต

แจ็คเก็ตสกรีนโลโก้ ผ้าร่ม ทำได้ไหม และทำไมหลายคนกังวลเรื่องลอก

แจ็คเก็ตผ้าร่มเป็นที่นิยมในหลายองค์กร เพราะน้ำหนักเบา ใส่คลุมง่าย และดูเป็นระเบียบเมื่อทั้งทีมใส่เหมือนกัน แต่พอจะใส่โลโก้ หลายคนก็เริ่มกังวล เพราะเคยเห็นแจ็คเก็ตที่สกรีนแล้วลายแตกหรือหลุดเป็นแผ่นหลังใช้ไปไม่นาน

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากตัวผ้า ผ้าร่มมีผิวเรียบและมัน หมึกจึงซึมเข้าเส้นใยได้น้อย หมึกบางชนิดที่ใช้ได้ดีบนผ้าฝ้ายจึงยึดเกาะได้ไม่ดี เมื่อเลือกเทคนิคไม่ตรงกับผ้า ลายก็ลอกหรือแตกเร็วกว่าที่ควร ข่าวดีคือปัญหานี้แก้ได้ตั้งแต่ขั้นเลือกเทคนิค ลองดูแจ็คเก็ตที่ผลิตได้ที่หน้า เสื้อแจ็คเก็ต และภาพรวมเทคนิคทั้งหมดที่หน้า งานสกรีน ก่อนอ่านต่อ

ผ้าร่มแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และมีผลกับงานสกรีนอย่างไร

คำว่า “ผ้าร่ม” ที่ลูกค้าพูดถึง จริงๆ แล้วครอบคลุมผ้าหลายชนิด ที่ Thanaplus มีผ้าสำหรับทำแจ็คเก็ตให้เลือกหลายแบบ เช่น ไมโครทัสลัน ไมโครพีช และ ผ้าซัมลี ซึ่งแต่ละแบบมีผิวและสัมผัสต่างกัน ทางเรายังไม่ขอระบุน้ำหนักผ้าหรือสัดส่วนเส้นใยในบทความนี้ หากสนใจรายละเอียดตามรุ่น สอบถามทีมงานได้เลย ส่วนตารางต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพกว้างๆ ว่าลักษณะผิวผ้ามีผลกับงานสกรีนอย่างไร

ลักษณะผิวผ้าผลต่อการสกรีนสิ่งที่ควรระวัง
ผิวเรียบลื่นและมันหมึกซึมน้อย ต้องเลือกเทคนิคที่ยึดเกาะบนผิวได้ดีหมึกบางชนิดอาจลอกหรือแตกเมื่อใช้งานนาน
ผิวนุ่มคล้ายพีชผิวมีขนละเอียด ช่วยให้หมึกหรือแผ่นสกรีนจับได้ต่างจากผิวมันลายเล็กละเอียดอาจไม่คมเท่าผ้าผิวเรียบ
ผ้าบางและเบาเหมาะกับงานสกรีนที่พื้นผิวบาง ไม่หนาเกินไปลายปักแน่นมากอาจทำให้ผ้าย่น

สิ่งสำคัญคืออย่าตัดสินจากชื่อผ้าอย่างเดียว ควรให้ทีมงานประเมินกับผ้าจริงที่คุณเลือกก่อนผลิตจำนวนมาก หากอยากเข้าใจหลักการจับคู่ผ้ากับเทคนิคให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ที่ เลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับเทคนิคสกรีน

สกรีนแบบไหนบนแจ็คเก็ตผ้าร่มถึงไม่ลอก

ไม่มีเทคนิคเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน แต่มีหลายแบบที่เหมาะกับผ้าผิวลื่น โดยแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน

เทคนิคสกรีนที่เหมาะกับผ้าผิวลื่น

เทคนิคที่ทางเรามักแนะนำให้ลูกค้าพิจารณา มีดังนี้

  • สกรีนโพลีเฟล็กซ์ ให้พื้นผิวเรียบและเกาะผ้าได้ดี จึงเหมาะกับโลโก้สีเดียวหรือไม่กี่สี และดูเรียบร้อยเมื่อติดบนอกซ้าย
  • สกรีนยาง ให้ภาพชัดและใช้งานได้ทน เหมาะกับโลโก้ที่ใช้สีไม่มาก แต่ควรปรึกษาก่อนว่าเหมาะกับผ้าที่คุณเลือกหรือไม่
  • DFT เหมาะกับลายหลายสีหรือลายไล่เฉดที่เทคนิคแบบดั้งเดิมทำได้ยาก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อโลโก้มีรายละเอียดมาก
  • สกรีนพรีเมียมโซลเวนต์ เหมาะกับงานที่ต้องการความพรีเมียมเป็นพิเศษ ควรให้ทีมงานช่วยประเมินว่าเหมาะกับผ้าและลายของคุณหรือไม่

หลักที่ช่วยให้สกรีนแล้วไม่ลอก

นอกจากเลือกเทคนิคให้ตรงกับผ้า ยังมีเรื่องที่ช่วยให้งานทนขึ้น ซึ่งคุณควรดูก่อนสั่ง มีดังนี้

  1. เลือกเทคนิคให้ตรงกับผิวผ้า เพราะผ้าผิวลื่นต้องการหมึกหรือวัสดุที่ยึดเกาะได้ดีกว่าผ้าทั่วไป
  2. ใช้ไฟล์โลโก้ที่คมชัด เพราะไฟล์เบลอจะทำให้ขอบลายไม่คมตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้งาน
  3. เลี่ยงลายที่เส้นบางเกินไป เพราะเส้นบางมากๆ แตกหรือหลุดง่ายกว่าเส้นหนาชัดเจน
  4. ดูแลหลังซักให้เหมาะสม เพราะความร้อนสูงและการขัดถูแรงๆ ทำให้ลายเสื่อมเร็ว

สมมติว่าคุณมีโลโก้สีเดียวที่ต้องวางบนอกซ้ายของแจ็คเก็ตทุกตัว ลองเริ่มจากสกรีนโพลีเฟล็กซ์หรือสกรีนยางก่อน แต่ถ้าด้านหลังต้องการลายใหญ่ที่มีหลายสีหรือไล่เฉด DFT มักเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา ก่อนผลิตจำนวนมากควรขอตรวจตัวอย่างหรือยืนยันแบบให้ชัดเจนเสมอ และหากอยากเปรียบเทียบเทคนิคอื่นเพิ่ม อ่านได้ที่ สกรีนเสื้อแบบไหน เปรียบเทียบเทคนิคสกรีนและการปัก

แจ็คเก็ตผ้าร่ม สกรีนหรือปัก แบบไหนเหมาะกับยูนิฟอร์มบริษัท

บางองค์กรอยากได้ความเป็นทางการของงานปัก ขณะที่บางที่ต้องการลายใหญ่หลายสีที่สกรีนทำได้ดีกว่า ตารางต่อไปนี้จะช่วยเทียบทั้งสองแบบบนผ้าร่มในมุมที่คุณน่าจะใช้ตัดสินใจ

หัวข้องานสกรีนงานปัก
ความเรียบของผิวงานเรียบ บาง ไม่เพิ่มความหนาของผ้ามากนูนเป็นเส้นด้าย ให้มิติ
ความคมของรายละเอียดทำลายเล็กได้ดีกว่าเก็บรายละเอียดเล็กมากไม่ได้
ลายหลายสีหรือไล่เฉดเหมาะ โดยเฉพาะ DFTไม่เหมาะกับลายที่ไล่เฉดมาก
ผ้าบางไม่ค่อยมีปัญหาผ้าย่นอาจย่นรอบลายถ้าผ้าบางหรือลายแน่น

งานปักให้มิติและทำให้แจ็คเก็ตดูเป็นทางการ จึงเหมาะกับโลโก้เรียบง่ายบนอกซ้าย แต่เมื่อทำบนผ้าบางต้องระวังเรื่องผ้าย่น ลองดูรายละเอียดได้ที่หน้า งานปัก (Embroidery) ส่วนงานสกรีนเหมาะกับลายขนาดใหญ่หรือหลายสี และไม่เพิ่มน้ำหนักให้ผ้าบางมากนัก

สำหรับหลายองค์กร แนวทางผสมคือทางเลือกที่ลงตัว เช่น ปักโลโก้ที่อกซ้ายให้ดูทางการ แล้วสกรีนลายใหญ่ที่ด้านหลังให้เห็นชัดจากระยะไกล หากยังไม่แน่ใจ ลองอ่านเทียบเพิ่มได้ที่ แบรนด์เสื้อ เทคนิคไหนถึงเหมาะ ปักหรือสกรีน

เลือกตำแหน่งและขนาดโลโก้บนแจ็คเก็ตให้เห็นชัดและใช้งานได้จริง

ตำแหน่งโลโก้มีผลต่อภาพรวมของยูนิฟอร์มไม่แพ้เทคนิค ตำแหน่งที่นิยมบนแจ็คเก็ตมีดังนี้

  • อกซ้าย เป็นตำแหน่งมาตรฐานที่สุด เพราะมองเห็นชัดเวลาพูดคุยกันและดูเป็นทางการ
  • แขน เหมาะกับโลโก้รองหรือชื่อหน่วยงาน เพราะพื้นที่จำกัด จึงควรใช้ลายเรียบง่าย
  • ด้านหลัง เหมาะกับงานอีเวนต์หรือทีมภาคสนาม เพราะมองเห็นได้จากระยะไกลและมีพื้นที่วางลายใหญ่

อย่าวางโลโก้คร่อมตะเข็บ ซิป หรือกระเป๋า เพราะพื้นผิวไม่เรียบทำให้ลายเบี้ยวหรือสกรีนไม่ติดเต็ม และควรเลือกสีหมึกหรือสีด้ายให้ตัดกับสีผ้า โดยเฉพาะแจ็คเก็ตสีเข้ม ส่วนขนาดโลโก้ ทางเรายังไม่ขอระบุตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับไซซ์เสื้อ ตำแหน่ง และรายละเอียดของลาย ปรึกษาทีมงานได้เมื่อคุณมีไฟล์โลโก้ให้ดู

แจ็คเก็ตสกรีนโลโก้ ผ้าร่ม สกรีนแบบไหนไม่ลอก เทียบกับงานปัก

ขั้นตอนเตรียมข้อมูลและสั่งทำแจ็คเก็ตสกรีนโลโก้กับ Thanaplus

ยิ่งเตรียมข้อมูลครบ งานก็ยิ่งเดินเร็วและราคาที่ได้ก็แม่นขึ้น สิ่งที่คุณควรเตรียมไว้มีดังนี้

  • ไฟล์โลโก้ที่คมชัด เพราะช่วยให้ทีมงานประเมินเทคนิคได้ถูกต้อง
  • ตำแหน่งที่ต้องการ เช่น อกซ้าย แขน หรือด้านหลัง เพราะมีผลต่อวิธีทำและต้นทุน
  • จำนวนและไซซ์ที่ต้องการ เพื่อให้ประเมินงานตรงกับจำนวนจริง
  • สีผ้าและการใช้งาน เช่น ใส่ในออฟฟิศหรืองานกลางแจ้ง เพราะช่วยให้แนะนำผ้าและเทคนิคได้เหมาะ

ส่วนขั้นตอนการสั่งโดยรวมนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา ดังนี้

  1. เลือกผ้าและทรงแจ็คเก็ตที่เหมาะกับงาน
  2. เลือกเทคนิคสกรีนหรือปัก หรือผสมทั้งสองแบบ
  3. ยืนยันแบบและตำแหน่งโลโก้
  4. ตรวจตัวอย่างก่อนผลิตจริง
  5. เข้าสู่การผลิตและส่งมอบ

เรื่องราคา จำนวนขั้นต่ำ และระยะเวลาผลิต แต่ละงานต่างกันตามผ้า เทคนิค และจำนวนที่สั่ง จึงขอเชิญคุณสอบถามกับทีมงานตามงานจริง ลองดูตัวอย่างงานที่เคยทำได้ที่หน้า ผลงานของเรา แล้วทักมาปรึกษาผ่านหน้า ติดต่อเรา ได้เลย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแจ็คเก็ตผ้าร่มสกรีนโลโก้

“สกรีนผ้าร่มแล้วจะลอกง่ายไหม”

ขึ้นอยู่กับเทคนิคและตัวผ้า ถ้าเลือกเทคนิคที่ยึดเกาะผิวลื่นได้ดี ใช้ไฟล์ที่คมชัด และดูแลหลังซักอย่างเหมาะสม ก็ลดโอกาสลอกได้มาก ทางที่ดีควรทดสอบกับผ้าจริงก่อนผลิตจำนวนมาก

“ผ้าร่มปักได้ไหม”

ปักได้ แต่ต้องดูความบางของผ้าและขนาดลาย เพราะผ้าบางอาจย่นรอบลายถ้าปักแน่นหรือลายใหญ่เกินไป โลโก้เรียบง่ายบนอกซ้ายมักปักได้สวยกว่าตำแหน่งอื่น

“ควรซักแจ็คเก็ตที่สกรีนอย่างไร”

หลักทั่วไปคือกลับด้านก่อนซัก หลีกเลี่ยงความร้อนสูง และไม่รีดทับลายโดยตรง หากยังมีข้อสงสัยอื่น ลองดูหน้า คำถามที่พบบ่อย หรือเลือกแบบและผ้าที่สนใจที่หน้า เสื้อแจ็คเก็ต ของ Thanaplus ได้เลย

keep reading

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูหมวด งานสกรีน ทั้งหมด →
read it, then make it

อ่านเรื่องผ้าจบแล้ว สั่งผลิตต่อได้เลย

หรือลองวางโลโก้ของคุณกับน้องธนาก่อน ฟรี
โทรเลยแอดไลน์