ทำไมต้นทุนเสื้อถึงไม่เท่ากัน เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ก่อนเริ่มผลิต
การเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้า สิ่งแรกที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่สงสัยมากที่สุดคือ “ทำไมร้านโรงงานหรือผู้รับผลิตเสื้อให้ราคาต่างกันมาก” ทั้งๆ ที่ดูเหมือนเสื้อแบบเดียวกัน แต่บางเจ้าให้ราคาสูงกว่า บางเจ้าต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ความจริงแล้วต้นทุนเสื้อไม่ได้มีเพียงราคาผ้า แต่เกิดจากองค์ประกอบย่อยอีกหลายส่วน ตั้งแต่การออกแบบ แพทเทิร์น เทคนิคการตัดเย็บ คุณภาพการผลิต ไปจนถึงค่าแรงงานและการควบคุมคุณภาพของแต่ละโรงงาน ซึ่งบทความนี้จะพาไปแยกส่วนของต้นทุนแบบละเอียด ทำให้เห็นภาพจริงว่าส่วนไหนทำให้ราคาเพิ่มหรือลด และช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางงบประมาณได้แม่นยำขึ้น
โครงสร้างต้นทุนเสื้อและเหตุผลที่ราคาต่างกัน
ราคาของเสื้อ 1 ตัว มาจากปัจจัยหลายมิติ ไม่ใช่แค่ “ราคาผ้า” อย่างเดียว แต่เป็นการรวมกันของต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน เทคนิคการผลิต ค่าเสียโอกาสการควบคุมคุณภาพ รวมถึงระบบหลังบ้านของผู้ผลิต แต่ละโรงงานมีมาตรฐานต่างกัน จึงทำให้ราคาที่เสนอไม่เท่ากัน
ต้นทุนผ้า วัตถุดิบตัวหลักที่สร้างความต่างได้มากที่สุด
ผ้าคือหัวใจของต้นทุนเสื้อ และเป็นส่วนที่ทำให้ราคาแตกต่างกันชัดเจนที่สุด แม้จะเป็นผ้าฝ้ายเหมือนกัน แต่คุณสมบัติอาจต่างกัน เช่น
: Cotton 100% คอตตอนแท้ นุ่ม สบาย ระบายอากาศดี ราคาสูง
: Cotton ผสม Polyester ลดราคาได้ แต่สัมผัสและอายุการใช้งานต่างกัน
: TC, TK, Drytech, Microfiber และผ้าแฟชั่นอื่นๆ ก็มีต้นทุนต่างกัน
ความหนา (แกรม) ของผ้า ยิ่งแกรมสูง ผ้ายิ่งแน่น หนา และราคาเพิ่มตามไปด้วย เช่น 160g, 180g, 200g คุณภาพการทอและมาตรฐานโรงทอ ผ้าเกรดดี สีไม่ดรอปหลังซัก ไม่หดตัวง่าย ราคาย่อมสูงกว่า ดังนั้นเสื้อที่ดูคล้ายกันอาจต่างกันตั้งแต่ขั้นตอนเลือกผ้าแล้ว
แพทเทิร์นและทรงเสื้อ งานเบื้องหลังที่มีผลต่อต้นทุน
แพทเทิร์นเป็นตัวกำหนดทรงเสื้อ ความพอดีของสัดส่วน และ “ลุค” โดยรวม ซึ่งมีผลต่อต้นทุนดังนี้ ความละเอียดของแพทเทิร์น แพทเทิร์นที่ทำมาดี ใช้เวลาขึ้นแบบหลายรอบ ปรับทรงให้เหมาะกับสรีระจริง มีต้นทุนสูงกว่าแพทเทิร์นพื้นฐาน ทรงพิเศษทำให้ใช้ผ้าเพิ่ม ทรง Oversize, Relaxed Fit หรือทรงแฟชั่นที่ต้องเผื่อรอบอกและไหล่มากกว่าปกติ ทำให้ใช้ผ้ามากขึ้น ราคาจึงสูงขึ้นโดยตรง และรายละเอียดดีไซน์เพิ่มต้นทุน เช่น กระเป๋าเสริม ตะเข็บทับลาย เย็บกุ๊นคอเสริม ซับใน หรือการเดินเส้นตกแต่ง
ต้นทุนแรงงานและมาตรฐานงานเย็บ
คุณภาพงานเย็บเป็นตัวกำหนดภาพลักษณ์ของเสื้ออย่างมาก ผู้ผลิตที่มีช่างฝีมือดีและทีม QC เก่ง มักตั้งราคาสูงกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ที่สวยกว่าและลดความเสี่ยงที่สินค้าชำรุดได้ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ของทีมเย็บ ช่างที่มีทักษะสูงสามารถให้เส้นเย็บตรง เรียบ สม่ำเสมอ ใช้เวลามากกว่า แต่คุณภาพดีกว่าอย่างชัดเจน ความซับซ้อนของดีไซน์ งานที่ต้องเย็บหลายขั้นตอน เช่น เสื้อโปโลคอทอ กระเป๋าหลายช่อง เสื้อสปอร์ตเน้นความประณีต ทำให้แรงงานเพิ่ม ต้นทุนจึงสูงขึ้น และการ QC และระบบตรวจสอบ บางโรงงานตรวจ 2 ชั้น บางแห่งตรวจ 4 ชั้น ความละเอียดนี้คือค่าใช้จ่ายที่ส่งผลต่อราคาสุดท้าย
เทคนิคงานสกรีน ปัก และตกแต่ง
เทคนิคตกแต่งเสื้อเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนต่างกัน เช่น การสกรีน สกรีนยางทั่วไป ราคาประหยัด สกรีนจางเกรดพรีเมียม DTF/DTG สำหรับงานละเอียด และสกรีนฟอยล์ พัฟ สะท้อนแสง ซึ่งราคาสูงขึ้นตามความพิเศษของเทคนิค และการปัก อย่างจำนวนฝีเข็มคือสิ่งกำหนดต้นทุน ยิ่งลายใหญ่ รายละเอียดเยอะ สีหลายสี ราคาจะสูงขึ้นมาก
จำนวนการผลิต (MOQ) ตัวกำหนดราคาที่หลายคนมองข้าม
ปริมาณการสั่งผลิตมีผลอย่างมาก เพราะสั่งเยอะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่ำลง ใช้แรงงานและการเตรียมงานแบบกระจายต้นทุน ค่า Setup งานสกรีนหรือปักถูกเฉลี่ยไปในจำนวนมากขึ้น สั่งเพียง 30 ตัว กับ 300 ตัว ราคาต่างกันเกือบเท่าตัวในบางกรณี

การควบคุมคุณภาพและบริการหลังการผลิต
โรงงานที่มีระบบ QC ดีกว่า บรรจุภัณฑ์สวยกว่า หรือมีบริการหลังการผลิต เช่น เก็บงานซ่อม เปลี่ยนตัวที่เสียหาย มักตั้งราคาเพิ่มตามมาตรฐานที่ให้ลูกค้า
การรู้ว่าต้นทุนแบ่งเป็นส่วนไหนบ้างช่วยให้เจ้าของแบรนด์มองเห็นภาพรวม และไม่แปลกใจเมื่อผู้ผลิตเสนอราคาไม่เท่ากัน ที่สำคัญยังช่วยให้ประเมินคุณภาพเทียบกับราคาได้แม่นยำขึ้น เลือกวัตถุดิบและเทคนิคให้สอดคล้องกับงบที่มี และวางแผนผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
เสื้อสำหรับองค์กร โรงเรียน หรือกิจกรรมใหญ่ ควรเลือกแบบไหนเพื่อให้งานออกมาดูดีและใช้งานคุ้ม
เมื่อองค์กร โรงเรียน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องการผลิตเสื้อจำนวนมาก สิ่งที่ต้องคำนึงไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งาน ความคุ้มค่าต่อจำนวนคน และภาพลักษณ์โดยรวมของหน่วยงาน บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพว่าเสื้อแบบไหนเหมาะที่สุด ทั้งในด้านผ้า ทรง เทคนิค และงบประมาณ เพื่อให้ได้เสื้อที่ดูเป็นมืออาชีพและใช้งานได้จริงในระยะยาว
เลือกชนิดของผ้าให้ตรงความต้องการ
การเลือกผ้าที่เหมาะสมคือหัวใจหลักของเสื้อองค์กร เพราะต้องใส่สบาย ทน และดูเรียบร้อย
: ผ้า Cotton 100% เหมาะสำหรับงานที่ต้องการภาพลักษณ์เรียบหรู นุ่ม ใส่สบาย เหมาะกับงานประชุม งานอบรม หรืองานที่ต้องใส่ทั้งวัน ช่วยระบายอากาศดี ภาพลักษณ์ดี แต่ราคาสูงกว่าแบบผสมเล็กน้อย
: ผ้า TC หรือ CVC เป็นผ้าผสมที่สมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ เหมาะสำหรับการผลิตจำนวนมาก เช่น เสื้อบริษัท เสื้อกิจกรรมกลางแจ้ง คงรูปดี ซักง่าย ราคาคุ้มค่า
: ผ้า Drytech / Microfiber เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง งานกีฬา หรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวเยอะ แห้งเร็ว ระบายเหงื่อได้ดี ไม่ยับง่าย เหมาะมากสำหรับงานวิ่ง งานแข่งขัน งานชมรม
เลือกทรงเสื้อให้เข้ากับภาพลักษณ์องค์กร
ทรงเสื้อช่วยกำหนดลุคโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นทางการ ลำลอง หรือเป็นมิตร
: ทรงมาตรฐาน / Unisex ใส่ง่าย เหมาะกับทุกองค์กรและทุกเพศทุกวัย ผลิตง่าย ใช้ต้นทุนไม่สูง
: ทรงเข้ารูป (Slim Fit) เหมาะกับงานที่ต้องการภาพลักษณ์เนี๊ยบ เช่น เสื้อพนักงานต้อนรับ งานบริการ งานหน้าร้าน
: ทรง Oversize เริ่มนิยมในงานกิจกรรมวัยรุ่นหรือมหาวิทยาลัย ให้ภาพลักษณ์สบายๆ แต่ดูทันสมัย
องค์กรควรเลือกทรงที่เกิดความสมดุลระหว่างภาพลักษณ์ ความสบาย และความเหมาะสมของคณะผู้สวมใส่
เทคนิคสกรีน ปัก และการทำโลโก้
การตกแต่งโลโก้และข้อความมีผลต่อความสวยและความคงทนของเสื้อองค์กร
: การปักโลโก้ ดูเป็นทางการ คงทน ไม่หลุดง่าย เหมาะกับเสื้อพนักงานประจำหรือเสื้อบริษัท
: การสกรีน เหมาะกับงานกิจกรรมจำนวนมาก เช่น งานกีฬา งานมหาวิทยาลัย งานวิ่ง หรือเสื้อที่ต้องการลายใหญ่และสีเด่น อย่างการสกรีนยางก็จะราคาคุ้มค่า ถ้าเป็น DTF/DTG จะให้รายละเอียดสูง
การเลือกเทคนิคต้องคำนึงถึงจำนวน สี และระดับความคงทนที่ต้องการ
โทนสีและความสวยงามเป็นภาพจำขององค์กร
การเลือกสีเป็นอีกจุดสำคัญ ควรเลือกสีที่เข้ากับ CI ทำให้แบรนด์จดจำง่าย ถ้าสีพื้นเข้มดูเรียบร้อยและซักง่าย ส่วนสีสว่างหรือสะท้อนแสงเหมาะกับงานกลางแจ้งหรือกิจกรรมที่ต้องการความสนุกสนาน
งบประมาณและจำนวนการผลิตจริง
การผลิตจำนวนมากต้องคำนึงถึงต้นทุนต่อชิ้น ถ้าจำนวนมาก ราคาต่อชิ้นลดลง เลือกผ้า TC หรือ Drytech จะคุ้มค่ากับงานแจกหรือกิจกรรมใหญ่ ถ้าเป็นงานองค์กรประจำ พนักงานใส่ประจำ ควรลงทุนกับผ้าดีและเทคนิคปักเพื่อความทนทาน
เสื้อสำหรับองค์กร โรงเรียน หรือกิจกรรม ไม่ได้เลือกเพียงจากความสวย แต่ต้องตอบโจทย์ฟังก์ชัน ความทน ความเหมาะสมกับกิจกรรม และงบประมาณ การเลือกผ้า ทรง และเทคนิคที่ถูกต้องจะช่วยให้งานออกมาดูดีและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงาน อีกทั้งยังคุ้มค่าต่อการใช้งานในระยะยาว





