สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง ความต่างสีสกรีนที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้

สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง

ความต่างสีสกรีนที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้

     สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง ความต่างสีสกรีน ที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้ เรื่องราวในบทความ EP.3 นี้จะเกี่ยวกับ สีเนื้อน้ำ (Water based ink) Vs สีน้ำมัน (Plastisol ink) นั่นเอง

 

     ในเรื่องของ “การสกรีน” ที่ผู้บริโภคและผู้ผลิตเองก็อาจจะยังไม่รู้ จริงๆแล้วการเลือกสกรีนตามความสดใหม่ หรือเทคนิคต่างๆ ก็ดี แต่หากคุณอยากรู้ลึกมากกว่านั้น เพราะการเลือกใช้สีสกรีนที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพและผลลัพธ์ของงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตแบรนด์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สีสกรีนหลักๆ ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ สีเชื้อน้ำ (Water-based ink) และสีน้ำมัน (Plastisol ink) ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป
 

    บอกต่อทริค(ไม่)ลับ

     สีเชื้อน้ำ หรือสียาง

     สีเชื้อน้ำเป็นสีสกรีนที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ทำให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมมากกว่าสีน้ำมัน เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายและไม่ติดไฟง่าย สีเชื้อน้ำเหมาะสำหรับงานสกรีนเสื้อผ้าเด็กหรือเสื้อผ้าที่ต้องการความปลอดภัยสูง

 

     สีเชื้อน้ำมีคุณสมบัติในการซึมเข้าเนื้อผ้าได้ดี ทำให้ลายสกรีนมีความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีหลายประเภทให้เลือกใช้ เช่น สียาง สีจม สีลอย และสีนูน ซึ่งแต่ละประเภทให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป

 

     – ต่างประเทศยอมรับ
     เพราะเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากไม่มีน้ำมัน โอกาสติดไฟไม่มี
     – เหมาะกับงานเสื้อเด็ก
     เพราะมีความปลอดภัยตามข้างต้นที่กล่าวไป รับรองว่าเรื่องความปลอดภัยนั้นคือที่สุด
 
     สีน้ำมัน หรือสีพลาสติซอล

     สีน้ำมันหรือสีพลาสติซอลเป็นสีสกรีนที่มีความเงางาม สีสันสดใส และมีความทนทานสูง เหมาะสำหรับงานสกรีนที่มีลายละเอียดสูงหรือต้องการความคมชัดเป็นพิเศษ เช่น เสื้อวงดนตรียุคเก่าหรือเสื้อผ้าแฟชั่น

 

     สีน้ำมันมีองค์ประกอบหลักคือ PVC และ Plasticizer โดยใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลายและใช้ความร้อนในการอบสีให้แห้ง เมื่อสกรีนลงบนผ้า สีจะไม่ซึมเข้าไปในใยผ้า แต่จะเคลือบอยู่บนเส้นใย ทำให้ลายสกรีนมีความหนาและมีมิติ

 

     – แนวเสื้อสไตล์ บลูเลค (เสื้อวงดนตรียุคเก่า) นิยมใช้กันอย่างมาก
     – เหมาะกับงานที่มีลายละเอียดสูง คมชัดและสวยมาก
 
 

     ทำความรู้จักกับ สีเชื้อน้ำ หรือสียาง

     : สีสกรีนประเภทนี้จะอาศัยน้ำเป็นตัวละลายเนื้อสี (Pigment) และแป้งพิมพ์ (Print paste) เข้ากันเป็นเนื้อเดียว โดยแป้งพิมพ์ที่เตรียมไว้สำหรับผสมกับสีสกรีนจะมีส่วนผสมของสารยึดเกาะ (Binder) เพื่อช่วยในการยึดติดบนเส้นใยของเสื้อผ้า ทำให้สีซึมเข้าเนื้อผ้าได้ง่าย สกรีนอยู่แน่น และติดทนกว่าสีสกรีนเสื้อแบบอื่น ทั้งนี้สีเชื้อน้ำยังแบ่งออกประเภทย่อยที่คนต่างรู้จักกันเป็น 4 อย่าง คือ สียาง, สีจม, สีลอย และสีนูน
 

     เรื่องของ “สีเชื้อน้ำ” ที่ควรรู้

     การสกรีนแบบสีเชื้อน้ำ จะทำให้สีซึมเข้าเนื้อผ้าได้ง่าย สกรีนอยู่แน่น และติดทนกว่าสีสกรีนเสื้อแบบอื่น ที่สำคัญในเรื่องของความปลอดภัยที่ไม่ได้มีเชื้อน้ำมันมาเจือปน ทำให้เหมาะกับทุกคน ทุกสภาพผิว ทุกเพศ และทุกวัยตามที่กล่าวไปแบบสรุปในข้างต้น
 

     ทำความรู้จักกับ สีน้ำมัน หรือสีพลาสติซอล

     : สกรีนพลาสติซอล สีสกรีน ที่มีความเงางาม สีสดใส สวยงาม เนื้อสัมผัสดี นิยมนำไปสกรีนทั้งบนเสื้อสีอ่อนและสีเข้ม ได้หมดเลยสีประเภทนี้ ซึ่งมีองค์ประกอบหลักของเนื้อสีผลิตมาจาก PVC และ Plasticizer โดยอาศัยน้ำมันเป็นตัวทำละลาย ใช้ความร้อนเป็นตัวแปรในการอบสีให้แห้ง เมื่อสกรีนลงไปบนผ้าจะไม่ซึมเข้าไปในใยผ้า แต่จะเคลือบอยู่บนเส้นใยผ้า ซึ่งความร้อนตรงส่วนนี้ก็ช่วยทำให้สีสกรีนเสื้อพลาสติซอลนั้นเกิดการยึดติดกับเสื้อได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้อดีของสีสกรีนเสื้อชนิดนี้คือสามารถสกรีนลงบนเสื้อได้มากกว่าสีสกรีนเสื้อแบบเชื้อน้ำ หน้าบล็อกสกรีนจะไม่อุดตันระหว่างพิมพ์ และสกรีนได้หลากหลายเทคนิคกว่า แต่ข้อเสียคือขั้นตอนยุ่งยาก และต้องใช้อุปกรณ์หลากหลาย ผู้สกรีนจะต้องมีความประณีตอย่างมากในการสกรีน หากสีเปื้อนมือต้องใช้ทินเนอร์ในการล้างเท่านั้น
 

     เรื่องของ “สีน้ำมัน” ที่ควรรู้

     การสกรีนด้วยสีเชื้อน้ำมัน ข้อดีคือสามารถสกรีนลงบนเสื้อได้มากกว่าสีสกรีนเสื้อแบบเชื้อน้ำ หน้าบล็อกสกรีนจะไม่อุดตันระหว่างพิมพ์ และสกรีนได้หลากหลายเทคนิคกว่า การสกรีนจะมีความหนาออกมาจากเนื้อผ้า มีสีทึบแสงและเงางามไม่ต่างจากสีสกรีนเสื้อแบบยางเท่าไหร่นัก  แต่เนื่องจากสีพลาสติกซอลใช้สารเคมีเป็นองค์ประกอบหลัก ในบางประเทศจึงไม่นิยมใช้ เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการนำเข้าประเทศ 
 
     พบกับ TNP บอกต่อ EP.4 ในบทความถัดไปว่าจะเป็นเรื่องน่ารู้อะไรต่อ สำหรับบทความนี้ สวัสดีค่ะ : )

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *