web rank s

แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ซับใน เลือกแบบมีหรือไม่มี ให้เหมาะห้องแอร์และงานภาคสนาม

ทางเราช่วยคุณเลือกว่าแจ็คเก็ตยูนิฟอร์มควรมีซับในหรือไม่ ทั้งงานห้องแอร์และงานภาคสนาม พร้อมวิธีเลือกผ้าและโลโก้

โดย ทีมงานโรงงานธนพลัส||
แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ซับใน และไม่มีซับใน แขวนและพับเรียงหลายแบบในโทนสีครีมเทา
แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ซับใน และไม่มีซับใน แขวนและพับเรียงหลายแบบในโทนสีครีมเทา
สารบัญ · 17 หัวข้อ
  1. แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ซับใน กับไม่มีซับใน ต่างกันอย่างไร
  2. ห้องแอร์ VS งานภาคสนาม
  3. งานในห้องแอร์ ออฟฟิศ โชว์รูม และงานต้อนรับ
  4. งานภาคสนาม ทีมติดตั้ง คลังสินค้า และงานขนส่ง
  5. พนักงานที่ต้องสลับเข้าออกห้องแอร์กับพื้นที่ร้อน
  6. ตารางเปรียบเทียบแจ็คเก็ตมีซับในและไม่มีซับใน
  7. ผลต่อต้นทุนที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
  8. เลือกผ้าแจ็คเก็ตให้เข้ากับซับใน
  9. ลักษณะกว้างๆ ของผ้าที่มีให้เลือก
  10. โลโก้และรายละเอียดอื่นที่ต้องคิดก่อนสั่งแจ็คเก็ต
  11. ปักหรือสกรีน เหมาะกับงานแบบไหน
  12. รายละเอียดอื่นที่ควรคิดไปพร้อมกัน
  13. ตัวอย่างการเลือกแจ็คเก็ตตามประเภทองค์กร
  14. สถานการณ์ที่ 1 บริษัทที่พนักงานนั่งออฟฟิศห้องแอร์เย็น
  15. สถานการณ์ที่ 2 ทีมช่างหรือทีมภาคสนาม
  16. สถานการณ์ที่ 3 องค์กรที่มีทั้ง 2 กลุ่ม
  17. ขั้นตอนสั่งผลิตแจ็คเก็ตยูนิฟอร์มกับ Thanaplus

ถ้าคุณกำลังวางแผนทำเสื้อคลุมให้ทีมงาน แล้วติดอยู่ที่คำถามว่า แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ซับใน ควรมีหรือไม่ ทางเราขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้เจอบ่อยมาก เพราะดูเหมือนเป็นแค่ผ้าอีกชั้นหนึ่ง แต่พอพนักงานใส่จริงในห้องแอร์เย็นๆ หรือยืนตากแดดทั้งวัน ความต่างก็ชัดขึ้นทันที บทความนี้ทางเราจะพาทุกคนไล่ดูทีละเรื่อง ตั้งแต่ความต่างของ 2 แบบ สภาพแวดล้อมที่เหมาะ การเลือกผ้า ไปจนถึงงานโลโก้ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนสั่งผลิต

แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ซับใน กับไม่มีซับใน ต่างกันอย่างไร

ซับในคือผ้าชั้นในที่เย็บติดอยู่กับตัวแจ็คเก็ต ทำหน้าที่หลักๆ 3 อย่าง คือช่วยให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้สวมง่ายเพราะผิวผ้าด้านในลื่น และช่วยให้ตัวเสื้อเก็บทรงได้ดีขึ้น ส่วนแบบไม่มีซับในคือผ้าชั้นเดียว จึงเบากว่า พับเก็บง่ายกว่า และส่วนใหญ่แล้วระบายอากาศได้ดีกว่า

แจ็คเก็ตเปิดซิปให้เห็นซับในด้านในเทียบกับแจ็คเก็ตไม่มีซับในที่วางข้างกัน

ฟังดูเหมือนแบบมีซับในจะได้เปรียบ แต่ในการใช้งานจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะความอุ่นที่ดีในห้องแอร์ อาจกลายเป็นความอบอ้าวทันทีที่พนักงานก้าวออกไปทำงานข้างนอก สิ่งที่ต้องดูจึงเป็นสภาพการใช้งานจริงของพนักงาน ว่าอยู่ที่ไหนเป็นส่วนใหญ่ และเคลื่อนไหวมากแค่ไหน ถ้าอยากเห็นภาพรวมของแจ็คเก็ตที่ผลิตได้ เปิดดูที่หน้า แจ็คเก็ตยูนิฟอร์ม ไปพร้อมกับอ่านบทความนี้ได้เลย

ห้องแอร์ VS งานภาคสนาม

สภาพแวดล้อมคือตัวตัดสินที่ใหญ่ที่สุด ทางเราขอแยกเล่าเป็นสถานการณ์หลักก่อน แล้วค่อยพูดถึงกรณีที่พนักงานต้องสลับไปมา

งานในห้องแอร์ ออฟฟิศ โชว์รูม และงานต้อนรับ

คนที่ทำงานในออฟฟิศ โชว์รูม หรือเคาน์เตอร์ต้อนรับ มักเจอแอร์เย็นตลอดวัน แต่ก็ต้องดูเรียบร้อยเวลาพบลูกค้า แจ็คเก็ตมีซับในจึงตอบโจทย์ เพราะใส่แล้วไม่หนาวเกินไป และไหล่กับแนวลำตัวยังตั้งทรงได้ดีแม้ใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง

งานภาคสนาม ทีมติดตั้ง คลังสินค้า และงานขนส่ง

ทีมติดตั้ง คลังสินค้า หรืองานขนส่ง ต้องเคลื่อนไหวตลอดและเจอความร้อน เรื่องการระบายอากาศจึงควรมาก่อนเรื่องอื่น ผ้าเบาที่ไม่มีซับใน หรือมีซับในแบบบางเบา จะช่วยลดความอับชื้นได้ เพราะเหงื่อไม่สะสมอยู่ในชั้นผ้าหนาๆ ถ้าอยากอ่านแนวคิดเรื่องความสบายเพิ่มเติม ลองดูบทความ ชุดทำงานใส่สบาย เหมาะกับอากาศเมืองไทย ได้เลย

พนักงานที่ต้องสลับเข้าออกห้องแอร์กับพื้นที่ร้อน

บางตำแหน่งต้องเดินเข้าออกระหว่างห้องเย็นกับพื้นที่ร้อนตลอดวัน กรณีนี้ทางเราแนะนำให้คุณเลือกตามพื้นที่ที่พนักงานใช้เวลาส่วนใหญ่ ถ้าอยู่ในห้องแอร์มากกว่า ให้เลือกแบบมีซับใน ถ้าอยู่ข้างนอกมากกว่า ให้เลือกแบบเบาและระบายอากาศดี เพราะการเลือกเพื่อคนที่อยู่ตรงกลาง มักทำให้ไม่ถูกใจทั้งสองฝั่ง

ตารางเปรียบเทียบแจ็คเก็ตมีซับในและไม่มีซับใน

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น ทางเราสรุปความต่างของทั้ง 2 แบบไว้ในตารางต่อไปนี้ โดยเทียบจากเรื่องที่ผู้ซื้อมักถามบ่อยที่สุด มีดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบแบบมีซับในแบบไม่มีซับใน
ความอบอุ่นอุ่นกว่า เหมาะกับห้องแอร์เย็นจัดเบาบาง อุ่นน้อยกว่า
การระบายอากาศระบายได้น้อยกว่า เพราะมีผ้า 2 ชั้นระบายได้ดีกว่า ลมผ่านง่าย
ความเบาหนักกว่าเล็กน้อยเบากว่า สวมแล้วคล่องตัว
การเก็บทรงตั้งทรงได้ดี ดูเรียบร้อยทรงขึ้นอยู่กับผ้านอกเป็นหลัก
งานที่เหมาะออฟฟิศ โชว์รูม งานต้อนรับงานภาคสนาม งานขนส่ง งานที่เคลื่อนไหวมาก

ผลต่อต้นทุนที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

แจ็คเก็ตมีซับในมักมีต้นทุนสูงกว่าแบบชั้นเดียว เพราะต้องใช้ผ้าเพิ่มและมีขั้นตอนเย็บเพิ่ม แต่ส่วนต่างจริงขึ้นอยู่กับผ้าและทรงของแต่ละแบบ ส่งแบบที่สนใจมาให้ทีมงานช่วยดู แล้วคุณจะได้ราคาที่ตรงกับงานจริงมากกว่า

เลือกผ้าแจ็คเก็ตให้เข้ากับซับใน

สิ่งที่ทางเราอยากเน้นคือ ควรเลือกผ้านอกและซับในเป็นชุดเดียวกัน เพราะความสบายที่พนักงานรู้สึกมาจากการทำงานร่วมกันของผ้าทั้ง 2 ชั้น ผ้านอกที่ระบายอากาศได้ดีแต่ใช้คู่กับซับในที่อมความร้อน ก็อาจเสียประโยชน์ไปหมด

ผ้าแจ็คเก็ตหลายแบบพับซ้อนกันให้เห็นลายทอและพื้นผิวผ้าใกล้ๆ

ลักษณะกว้างๆ ของผ้าที่มีให้เลือก

ทางเราขอแยกลักษณะของผ้าที่มีในหน้าสินค้าแจ็คเก็ตไว้ดังนี้ โดยสเปกเฉพาะรุ่นขอให้สอบถามทีมงานโดยตรง

  • ผ้าไมโครพีช ผิวสัมผัสนุ่ม ใส่สบาย จึงเหมาะกับงานที่อยากได้ความเรียบร้อยแต่ไม่แข็งกระด้าง ดูรุ่นได้ที่ แจ็คเก็ตผ้าไมโครพีช
  • ผ้าคอมบ์ทวิล เนื้อแน่นและเก็บทรงดี จึงเหมาะกับงานต้อนรับหรือองค์กรที่ต้องการภาพลักษณ์เป็นทางการ ดูรุ่นได้ที่ แจ็คเก็ตผ้าคอมบ์ทวิล
  • ผ้าไมโครทัสลัน เบาและแห้งเร็ว จึงเหมาะกับงานที่เคลื่อนไหวมากหรือต้องเจออากาศร้อน ดูได้ที่ แจ็คเก็ตผ้าไมโครทัสลัน

ส่วนใหญ่แล้ว ผ้าเนื้อแน่นจะเก็บทรงดีและเหมาะกับงานที่ต้องพบลูกค้า ขณะที่ผ้าเบาแห้งเร็วเหมาะกับงานเคลื่อนไหวมาก ถ้าอยากเข้าใจเรื่องผ้าให้กว้างขึ้น อ่านต่อได้ที่ เนื้อผ้า เสื้อแบบไหนตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และเมื่อเปิดหน้าสินค้าแล้ว อย่าลืมถามทีมงานว่าผ้านั้นเข้ากับซับในแบบไหน

โลโก้และรายละเอียดอื่นที่ต้องคิดก่อนสั่งแจ็คเก็ต

ข่าวดีคือซับในไม่ได้เปลี่ยนวิธีทำโลโก้ แต่ถ้าปักบนแจ็คเก็ตมีซับใน ควรคำนึงเรื่องความหนาของผ้าหลายชั้นและตำแหน่งที่ผิวเรียบ เพื่อไม่ให้ลายปักย่นหรือเสื้อดูเป็นคลื่น

ปักหรือสกรีน เหมาะกับงานแบบไหน

งานปักดูเรียบหรู มีมิติ และทนทาน จึงเหมาะกับโลโก้เล็กที่อกซ้าย ดูรายละเอียดได้ที่ งานปักโลโก้ ส่วนงานสกรีนเหมาะกับลายใหญ่หรือลายที่มีรายละเอียดมาก เช่น โลโก้ด้านหลัง ดูได้ที่ สกรีนเสื้อ และถ้าอยากเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ อ่านเพิ่มที่ สกรีนเสื้อแบบไหน เปรียบเทียบเทคนิคสกรีนและการปัก

งานปักโลโก้ขนาดเล็กที่อกซ้ายของแจ็คเก็ตสีเทาอ่อนในโรงงานผลิต

รายละเอียดอื่นที่ควรคิดไปพร้อมกัน

นอกจากซับใน ยังมีอีกหลายจุดที่ส่งผลต่อการใช้งานจริง มีดังนี้

  • ซิป ควรเลือกให้เข้ากับการใช้งาน เพราะพนักงานที่ถอดเสื้อบ่อยจะรู้สึกได้ทันทีว่าซิปลื่นหรือติดขัด
  • กระเป๋า ควรมีตำแหน่งและจำนวนที่เหมาะกับของที่พกจริง เช่น โทรศัพท์ หรือบัตรพนักงาน
  • ปลายแขน ควรเลือกแบบที่ไม่รั้งเวลาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะงานที่ต้องยกของหรือก้มเงยบ่อย

ตัวอย่างการเลือกแจ็คเก็ตตามประเภทองค์กร

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ทางเราขอยกตัวอย่าง 3 สถานการณ์ที่เจอบ่อย

สถานการณ์ที่ 1 บริษัทที่พนักงานนั่งออฟฟิศห้องแอร์เย็น

ถ้าพนักงานส่วนใหญ่ทำงานในห้องที่แอร์เย็นตลอดวัน ทางเราแนะนำแบบมีซับใน เพราะใส่แล้วอุ่นพอดี และทรงสวยตั้งแต่เช้าจนเย็น

สถานการณ์ที่ 2 ทีมช่างหรือทีมภาคสนาม

สำหรับทีมที่ลงพื้นที่เป็นประจำ ควรเลือกแบบไม่มีซับใน หรือซับในบางเบา เพื่อให้ระบายอากาศได้ดีและไม่อับชื้น พนักงานจะเคลื่อนไหวคล่องและใส่ต่อเนื่องได้นานขึ้น

สถานการณ์ที่ 3 องค์กรที่มีทั้ง 2 กลุ่ม

ถ้าองค์กรของคุณมีทั้งพนักงานออฟฟิศและทีมภาคสนาม ทางเราแนะนำให้แยกแบบแจ็คเก็ตตามหน้าที่ แต่คุมสีและโลโก้ให้เป็นชุดเดียวกัน แนวคิดนี้ตรงกับบทความ เสื้อองค์กรไม่ควรมีแค่แบบเดียว เพราะอะไร และถ้าอยากดูภาพรวมของยูนิฟอร์มทั้งชุด ลองอ่าน ยูนิฟอร์มพนักงาน เลือกแบบไหนดี ประกอบกัน

ขั้นตอนสั่งผลิตแจ็คเก็ตยูนิฟอร์มกับ Thanaplus

การสั่งผลิตแจ็คเก็ตกับ Thanaplus ไม่ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. เล่าลักษณะงานของพนักงานให้ทีมงานฟัง เช่น ทำงานในห้องแอร์หรือภาคสนาม
  2. เลือกผ้าและซับในไปพร้อมกัน โดยให้ทีมงานช่วยแนะนำคู่ผ้าที่เข้ากัน
  3. ส่งไฟล์โลโก้ เพื่อให้ทีมงานช่วยประเมินตำแหน่งและเทคนิคที่เหมาะ
  4. ตรวจรายละเอียด เช่น ซิป กระเป๋า และปลายแขน แล้วยืนยันแบบก่อนเข้าสู่การผลิต

ถ้าอยากเห็นงานที่ทางเราเคยผลิตให้ลูกค้าก่อน เปิดดูได้ที่หน้า ผลงานของเรา และถ้าพร้อมแล้ว เชิญทักมาที่หน้า ติดต่อเรา ได้เลย ทีมงานยินดีให้คำปรึกษาเรื่องราคา จำนวนขั้นต่ำ และระยะเวลาผลิต ตามแบบและปริมาณที่คุณต้องการ

keep reading

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูหมวด web rank s ทั้งหมด →
read it, then make it

อ่านเรื่องผ้าจบแล้ว สั่งผลิตต่อได้เลย

หรือลองวางโลโก้ของคุณกับน้องธนาก่อน ฟรี
โทรเลยแอดไลน์