สร้างแบรนด์เสื้อใช้งบเท่าไหร่ เปิดตัวเลขต้นทุนจริง พร้อมคำนวณจุดคุ้มทุน
ประเด็นเรื่อง “เงินลงทุน” คือคำถามแรกที่คนอยากเริ่มต้นแบรนด์เสื้อผ้ามักสงสัย เพราะภาพที่เห็นในโซเชียลดูเหมือนใครๆ ก็เปิดแบรนด์ได้ แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นมีต้นทุนที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะพาไล่เรียงตัวเลขอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทุนผลิต ไปจนถึงงบทำการตลาด และการคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even) แบบเข้าใจง่าย เห็นภาพชัด สามารถนำไปปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเองได้ทันที
ภาพรวมงบเริ่มต้น ต้องเตรียมเงินก้อนเท่าไหร่
การสร้างแบรนด์เสื้อหนึ่งคอลเลกชันเล็กๆ เช่น เสื้อยืด 1 แบบ 3 สี ผลิตสีละ 100 ตัว รวม 300 ตัว หากทำแบบมีคุณภาพกลางถึงดี และทำการตลาดจริงจัง งบประมาณโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพผ้า ความซับซ้อนของงานสกรีน และระดับการทำคอนเทนต์ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูการแตกตัวเลขแต่ละส่วนอย่างละเอียด
ต้นทุนการผลิต ค่าผ้า / ค่าตัดเย็บ / ค่าสกรีน
ต้นทุนผลิตคือฐานสำคัญของธุรกิจ เพราะจะกำหนดราคาขายและกำไรในระยะยาว หากคุมต้นทุนไม่ดี ต่อให้ขายได้มากก็อาจไม่เหลือกำไร
: ต้นทุนผ้า ผ้าคือหัวใจของเสื้อยืด โดยทั่วไปเสื้อยืดแฟชั่นนิยมใช้ผ้า Cotton 100%, Cotton Semi หรือผ้า CVC ซึ่งราคาจะแตกต่างกันตามเกรด ตัวอย่างต้นทุนผ้าต่อหนึ่งตัว (เสื้อยืด 1 ตัว ใช้ผ้าประมาณ 0.5 – 0.7 กิโลกรัม ขึ้นกับไซซ์)
ผ้า Cotton เกรดกลาง : ประมาณ 120 – 180 บาท/กก.
ต้นทุนผ้าต่อเสื้อ 1 ตัว : เฉลี่ย 60 – 110 บาท
หากเลือกผ้าเกรดดีขึ้น เช่น Cotton 32 หรือผ้าพรีเมียม อาจขึ้นไปถึง 90 – 150 บาทต่อหนึ่งตัวทันท สมมติเลือกผ้าเกรดกลางค่อนดี ต้นทุนเฉลี่ยที่ 90 บาทต่อตัว ผลิต 300 ตัว = 27,000 บาท
: ค่าตัดเย็บ
โรงงานจะคิดค่าตัดเย็บแยกจากผ้า หรือรวมแพ็กเกจ ขึ้นอยู่กับดีลที่ตกลง ค่าตัดเย็บโดยเฉลี่ย เสื้อยืดพื้นฐานประมาณ 30 – 50 บาทต่อตัว ถ้าแพทเทิร์นพิเศษ หรือทรง Oversize อาจ 50 – 70 บาทต่อตัว สมมติคิด 45 บาทต่อตัว 300 ตัว = 13,500 บาท
: ค่าสกรีน ต้นทุนสกรีนขึ้นอยู่กับจำนวนสี และตำแหน่งที่สกรีน
– สกรีน 1 สี หน้าอกเล็ก : 15 – 25 บาท
– สกรีน 1 สี เต็มอก : 25 – 40 บาท
– สกรีนหลายสี : 40 – 80 บาท
สมมติสกรีน 1 สี เต็มอก เฉลี่ย 35 บาทต่อตัว 300 ตัว = 10,500 บาท
สรุปต้นทุนผลิตต่อ 300 ตัว
ผ้า = 27,000 บาท / ตัดเย็บ = 13,500 บาท / สกรีน = 10,500 บาท
รวมต้นทุนผลิต = 51,000 บาท ต้นทุนเฉลี่ยต่อตัว = 170 บาท
ยังไม่รวมค่าบรรจุภัณฑ์ ป้ายแบรนด์ และค่าเสียหายจากของเสีย 3–5%
หากบวกเผื่ออีกประมาณ 5,000 บาท
ต้นทุนรวมผลิตจริงจะอยู่ราว 56,000 บาท

ค่าถ่ายแบบ และทำคอนเทนต์
ยุคนี้เสื้อดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีภาพลักษณ์ที่ขายได้
: ค่าถ่ายแบบ ถ่ายภาพสินค้าอย่างจริงจัง
– ช่างภาพ : 5,000 – 15,000 บาท/วัน
– นางแบบ/นายแบบ : 3,000 – 10,000 บาท
– สตูดิโอ : 2,000 – 6,000 บาท
– ช่างแต่งหน้า/ทำผม : 2,000 – 5,000 บาท
หากทำแบบขนาดเล็ก คุมงบได้ที่ประมาณ 15,000 – 25,000 บาท สมมติใช้งบกลางๆ = 20,000 บาท
: ค่าทำคอนเทนต์วิดีโอ ปัจจุบัน Reels / TikTok สำคัญมาก
– ทีมถ่ายวิดีโอสั้น : 8,000 – 20,000 บาท
– ตัดต่อคลิป : 2,000 – 5,000 บาท
ถ้าทำครบชุด อาจอยู่ที่ 15,000 บาท
: สรุปงบคอนเทนต์
ภาพนิ่ง = 20,000 บาท / วิดีโอ = 15,000 บาท / รวม = 35,000 บาท
งบยิงแอด (Advertising Budget)
เสื้อจะขายได้หรือไม่ ขึ้นกับการมองเห็น สำหรับแบรนด์เปิดใหม่ ควรเตรียมงบยิงแอดอย่างน้อย 1–2 เดือนแรก งบเริ่มต้นที่เหมาะสม ยิงแอดวันละ 500 บาท 30 วัน = 15,000 บาท ถ้ายิง 2 เดือน = 30,000 บาท เพื่อให้เห็นผลชัด ควรมีงบขั้นต่ำ 20,000 – 40,000 บาท สมมติเตรียมไว้ 30,000 บาท
รวมงบทั้งหมดที่ต้องเตรียม
ต้นทุนผลิต = 56,000 บาท
ค่าคอนเทนต์ = 35,000 บาท
งบยิงแอด = 30,000 บาท
รวมเงินลงทุนเบื้องต้น = 121,000 บาท
นี่คือตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงสำหรับแบรนด์เล็กที่ทำอย่างจริงจัง
ตั้งราคาขายอย่างไรให้มีกำไร
ต้นทุนต่อตัว = 170 บาท (ยังไม่รวมการตลาด)
หากตั้งราคาขาย 390 บาท
กำไรขั้นต้นต่อหนึ่งตัว = 390 – 170 = 220 บาท
แต่ต้องหักต้นทุนการตลาดด้วย
คำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even Point)
เงินลงทุนรวม = 121,000 บาท
กำไรขั้นต้นต่อเสื้อ = 220 บาท
จุดคุ้มทุน = เงินลงทุน ÷ กำไรต่อหน่วย
121,000 ÷ 220 = ประมาณ 550 ตัว
แต่ผลิตจริง 300 ตัว
แปลว่า หากขายหมดล็อตแรก ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ต้องทำรอบสอง
แล้วทำอย่างไรให้คุ้มทุนเร็วขึ้น
ทางเลือกที่ 1: ขึ้นราคาขาย
หากขาย 450 บาท กำไรต่อตัว = 450 – 170 = 280 บาท
121,000 ÷ 280 = 432 ตัว จุดคุ้มทุนลดลงทันที
ทางเลือกที่ 2: ลดงบคอนเทนต์
ถ้าลดงบคอนเทนต์เหลือ 15,000 บาท
เงินลงทุนรวมจะเหลือประมาณ 101,000 บาท
101,000 ÷ 220 = 459 ตัว
ทางเลือกที่ 3: เพิ่มจำนวนผลิต
หากผลิต 600 ตัว ต้นทุนต่อหน่วยอาจลดเหลือ 150 บาท
ขาย 390 บาท
กำไรต่อหน่วย = 240 บาท
ต้นทุนรวมใหม่อาจประมาณ 150,000 บาท
150,000 ÷ 240 = 625 ตัว
หากขายได้ 600 ตัวในล็อตเดียว จะใกล้คุ้มทุนมากขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
สมมติเปิดตัวเดือนแรกขายได้ 200 ตัว
กำไรขั้นต้น = 200 × 220 = 44,000 บาท
เดือนสองขายอีก 150 ตัว
กำไรเพิ่ม = 33,000 บาท
รวม 2 เดือน = 77,000 บาท
ยังไม่ถึง 121,000 บาท ต้องขายต่อเนื่องอย่างน้อย 3–4 เดือนจึงเริ่มมีกำไรจริง
นี่คือเหตุผลที่หลายแบรนด์ปิดตัว เพราะกระแสเปิดตัวดี แต่ยอดขายไม่สม่ำเสมอ
บทสรุปเชิงธุรกิจ
การสร้างแบรนด์เสื้อไม่ได้ใช้เงินแค่หลักหมื่น หากต้องการทำแบบมีภาพลักษณ์ชัดและทำการตลาดจริง งบประมาณหลักแสนเป็นเรื่องปกติ
ตัวเลขที่ควรจำ
งบเริ่มต้นจริงจัง = 100,000 – 150,000 บาท
ต้นทุนต่อเสื้อเฉลี่ย = 150 – 200 บาท
ราคาขายควร 2.5 – 3 เท่าของต้นทุน
จุดคุ้มทุนมักอยู่ที่ 400 – 600 ตัว
หากต้องการลดความเสี่ยง อาจเริ่มจากการพรีออเดอร์ ทดสอบตลาดก่อนผลิตจริง หรือเริ่มจากจำนวนผลิตน้อยแต่เน้นสร้างแบรนด์ให้ชัดเจน สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดไม่ใช่แค่ต้นทุนต่ำ แต่คือการควบคุมต้นทุนได้ พร้อมสร้างคุณค่าให้ลูกค้ายอมจ่ายในราคาที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นใจ





