สร้างแบรนด์เสื้อใช้งบเท่าไหร่เปิดตัวเลขต้นทุนจริง พร้อมคำนวณจุดคุ้มทุน
สร้างแบรนด์เสื้อใช้งบเท่าไหร่ เปิดตัวเลขต้นทุนจริง พร้อมคำนวณจุดคุ้มทุนแบบเข้าใจง่าย เห็นภาพชัด สามารถนำไปปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเองได้ทันที

สารบัญ · 14 หัวข้อ
- สร้างแบรนด์เสื้อใช้งบเท่าไหร่ เปิดตัวเลขต้นทุนจริง พร้อมคำนวณจุดคุ้มทุน
- ภาพรวมงบเริ่มต้น ต้องเตรียมเงินก้อนเท่าไหร่
- ต้นทุนการผลิต ค่าผ้า / ค่าตัดเย็บ / ค่าสกรีน
- สรุปต้นทุนผลิตต่อ 300 ตัว
- ค่าถ่ายแบบ และทำคอนเทนต์
- งบยิงแอด (Advertising Budget)
- รวมงบทั้งหมดที่ต้องเตรียม
- ตั้งราคาขายอย่างไรให้มีกำไร
- คำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even Point)
- แล้วทำอย่างไรให้คุ้มทุนเร็วขึ้น
- ทางเลือกที่ 2: ลดงบคอนเทนต์
- ทางเลือกที่ 3: เพิ่มจำนวนผลิต
- ตัวอย่างสถานการณ์จริง
- บทสรุปเชิงธุรกิจ
สร้างแบรนด์เสื้อใช้งบเท่าไหร่ เปิดตัวเลขต้นทุนจริง พร้อมคำนวณจุดคุ้มทุน
ประเด็นเรื่อง “เงินลงทุน” คือคำถามแรกที่คนอยากเริ่มต้นแบรนด์เสื้อผ้ามักสงสัย เพราะภาพที่เห็นในโซเชียลดูเหมือนใครๆ ก็เปิดแบรนด์ได้ แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นมีต้นทุนที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะพาไล่เรียงตัวเลขอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทุนผลิต ไปจนถึงงบทำการตลาด และการคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even) แบบเข้าใจง่าย เห็นภาพชัด สามารถนำไปปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเองได้ทันที
ภาพรวมงบเริ่มต้น ต้องเตรียมเงินก้อนเท่าไหร่
การสร้างแบรนด์เสื้อหนึ่งคอลเลกชันเล็กๆ เช่น เสื้อยืด 1 แบบ 3 สี ผลิตสีละ 100 ตัว รวม 300 ตัว หากทำแบบมีคุณภาพกลางถึงดี และทำการตลาดจริงจัง งบประมาณโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพผ้า ความซับซ้อนของงานสกรีน และระดับการทำคอนเทนต์ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูการแตกตัวเลขแต่ละส่วนอย่างละเอียด
ต้นทุนการผลิต ค่าผ้า / ค่าตัดเย็บ / ค่าสกรีน
ต้นทุนผลิตคือฐานสำคัญของธุรกิจ เพราะจะกำหนดราคาขายและกำไรในระยะยาว หากคุมต้นทุนไม่ดี ต่อให้ขายได้มากก็อาจไม่เหลือกำไร
: ต้นทุนผ้า ผ้าคือหัวใจของเสื้อยืด โดยทั่วไปเสื้อยืดแฟชั่นนิยมใช้ผ้า Cotton 100%, Cotton Semi หรือผ้า CVC ซึ่งราคาจะแตกต่างกันตามเกรด ตัวอย่างต้นทุนผ้าต่อหนึ่งตัว (เสื้อยืด 1 ตัว ใช้ผ้าประมาณ 0.5 – 0.7 กิโลกรัม ขึ้นกับไซซ์)
ผ้า Cotton เกรดกลาง : ประมาณ 120 – 180 บาท/กก.
ต้นทุนผ้าต่อเสื้อ 1 ตัว : เฉลี่ย 60 – 110 บาท
หากเลือกผ้าเกรดดีขึ้น เช่น Cotton 32 หรือผ้าพรีเมียม อาจขึ้นไปถึง 90 – 150 บาทต่อหนึ่งตัวทันท สมมติเลือกผ้าเกรดกลางค่อนดี ต้นทุนเฉลี่ยที่ 90 บาทต่อตัว ผลิต 300 ตัว = 27,000 บาท
: ค่าตัดเย็บ
โรงงานจะคิดค่าตัดเย็บแยกจากผ้า หรือรวมแพ็กเกจ ขึ้นอยู่กับดีลที่ตกลง ค่าตัดเย็บโดยเฉลี่ย เสื้อยืดพื้นฐานประมาณ 30 – 50 บาทต่อตัว ถ้าแพทเทิร์นพิเศษ หรือทรง Oversize อาจ 50 – 70 บาทต่อตัว สมมติคิด 45 บาทต่อตัว 300 ตัว = 13,500 บาท
: ค่าสกรีน ต้นทุนสกรีนขึ้นอยู่กับจำนวนสี และตำแหน่งที่สกรีน**-** สกรีน 1 สี หน้าอกเล็ก : 15 – 25 บาท**-** สกรีน 1 สี เต็มอก : 25 – 40 บาท**-** สกรีนหลายสี : 40 – 80 บาท
สมมติสกรีน 1 สี เต็มอก เฉลี่ย 35 บาทต่อตัว 300 ตัว = 10,500 บาท
สรุปต้นทุนผลิตต่อ 300 ตัว
ผ้า = 27,000 บาท / ตัดเย็บ = 13,500 บาท / สกรีน = 10,500 บาท
รวมต้นทุนผลิต = 51,000 บาท ต้นทุนเฉลี่ยต่อตัว = 170 บาท
ยังไม่รวมค่าบรรจุภัณฑ์ ป้ายแบรนด์ และค่าเสียหายจากของเสีย 3–5%
หากบวกเผื่ออีกประมาณ 5,000 บาท
ต้นทุนรวมผลิตจริงจะอยู่ราว 56,000 บาท

ค่าถ่ายแบบ และทำคอนเทนต์
ยุคนี้เสื้อดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีภาพลักษณ์ที่ขายได้
: ค่าถ่ายแบบ ถ่ายภาพสินค้าอย่างจริงจัง**-** ช่างภาพ : 5,000 – 15,000 บาท/วัน**-** นางแบบ/นายแบบ : 3,000 – 10,000 บาท**-** สตูดิโอ : 2,000 – 6,000 บาท**-** ช่างแต่งหน้า/ทำผม : 2,000 – 5,000 บาท
หากทำแบบขนาดเล็ก คุมงบได้ที่ประมาณ 15,000 – 25,000 บาท สมมติใช้งบกลางๆ = 20,000 บาท
: ค่าทำคอนเทนต์วิดีโอ ปัจจุบัน Reels / TikTok สำคัญมาก**-** ทีมถ่ายวิดีโอสั้น : 8,000 – 20,000 บาท**-** ตัดต่อคลิป : 2,000 – 5,000 บาท
ถ้าทำครบชุด อาจอยู่ที่ 15,000 บาท
: สรุปงบคอนเทนต์
ภาพนิ่ง = 20,000 บาท / วิดีโอ = 15,000 บาท / รวม = 35,000 บาท
**งบยิงแอด (**Advertising Budget)
เสื้อจะขายได้หรือไม่ ขึ้นกับการมองเห็น สำหรับแบรนด์เปิดใหม่ ควรเตรียมงบยิงแอดอย่างน้อย 1–2 เดือนแรก งบเริ่มต้นที่เหมาะสม ยิงแอดวันละ 500 บาท 30 วัน = 15,000 บาท ถ้ายิง 2 เดือน = 30,000 บาท เพื่อให้เห็นผลชัด ควรมีงบขั้นต่ำ 20,000 – 40,000 บาท สมมติเตรียมไว้ 30,000 บาท
รวมงบทั้งหมดที่ต้องเตรียม
ต้นทุนผลิต = 56,000 บาท
ค่าคอนเทนต์ = 35,000 บาท
งบยิงแอด = 30,000 บาท
รวมเงินลงทุนเบื้องต้น = 121,000 บาท
นี่คือตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงสำหรับแบรนด์เล็กที่ทำอย่างจริงจัง
ตั้งราคาขายอย่างไรให้มีกำไร
ต้นทุนต่อตัว = 170 บาท (ยังไม่รวมการตลาด)
หากตั้งราคาขาย 390 บาท
กำไรขั้นต้นต่อหนึ่งตัว = 390 – 170 = 220 บาท
แต่ต้องหักต้นทุนการตลาดด้วย
**คำนวณจุดคุ้มทุน (**Break-even Point)
เงินลงทุนรวม = 121,000 บาท
กำไรขั้นต้นต่อเสื้อ = 220 บาท
จุดคุ้มทุน = เงินลงทุน ÷ กำไรต่อหน่วย
121,000 ÷ 220 = ประมาณ 550 ตัว
แต่ผลิตจริง 300 ตัว
แปลว่า หากขายหมดล็อตแรก ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ต้องทำรอบสอง
แล้วทำอย่างไรให้คุ้มทุนเร็วขึ้น
ทางเลือกที่ 1: ขึ้นราคาขาย
หากขาย 450 บาท กำไรต่อตัว = 450 – 170 = 280 บาท
121,000 ÷ 280 = 432 ตัว จุดคุ้มทุนลดลงทันที
ทางเลือกที่ 2: ลดงบคอนเทนต์
ถ้าลดงบคอนเทนต์เหลือ 15,000 บาท
เงินลงทุนรวมจะเหลือประมาณ 101,000 บาท
101,000 ÷ 220 = 459 ตัว
ทางเลือกที่ 3: เพิ่มจำนวนผลิต
หากผลิต 600 ตัว ต้นทุนต่อหน่วยอาจลดเหลือ 150 บาท
ขาย 390 บาท
กำไรต่อหน่วย = 240 บาท
ต้นทุนรวมใหม่อาจประมาณ 150,000 บาท
150,000 ÷ 240 = 625 ตัว
หากขายได้ 600 ตัวในล็อตเดียว จะใกล้คุ้มทุนมากขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
สมมติเปิดตัวเดือนแรกขายได้ 200 ตัว
กำไรขั้นต้น = 200 × 220 = 44,000 บาท
เดือนสองขายอีก 150 ตัว
กำไรเพิ่ม = 33,000 บาท
รวม 2 เดือน = 77,000 บาท
ยังไม่ถึง 121,000 บาท ต้องขายต่อเนื่องอย่างน้อย 3–4 เดือนจึงเริ่มมีกำไรจริง
นี่คือเหตุผลที่หลายแบรนด์ปิดตัว เพราะกระแสเปิดตัวดี แต่ยอดขายไม่สม่ำเสมอ
บทสรุปเชิงธุรกิจ
การสร้างแบรนด์เสื้อไม่ได้ใช้เงินแค่หลักหมื่น หากต้องการทำแบบมีภาพลักษณ์ชัดและทำการตลาดจริง งบประมาณหลักแสนเป็นเรื่องปกติ
ตัวเลขที่ควรจำ
งบเริ่มต้นจริงจัง = 100,000 – 150,000 บาท
ต้นทุนต่อเสื้อเฉลี่ย = 150 – 200 บาท
ราคาขายควร 2.5 – 3 เท่าของต้นทุน
จุดคุ้มทุนมักอยู่ที่ 400 – 600 ตัว
หากต้องการลดความเสี่ยง อาจเริ่มจากการพรีออเดอร์ ทดสอบตลาดก่อนผลิตจริง หรือเริ่มจากจำนวนผลิตน้อยแต่เน้นสร้างแบรนด์ให้ชัดเจน สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดไม่ใช่แค่ต้นทุนต่ำ แต่คือการควบคุมต้นทุนได้ พร้อมสร้างคุณค่าให้ลูกค้ายอมจ่ายในราคาที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นใจ
แท็ก
บทความที่เกี่ยวข้อง

เทคนิคสกรีนเสื้อแบบไหนดี เข้าใจง่ายๆ ในหน้าเดียว
เทคนิคสกรีนเสื้อแบบไหนดี เข้าใจง่ายๆ ในหน้าเดียว สิ่งที่ควรคิดให้มากกว่าคำถามว่า “ทำลายนี้ได้ไหม” คือ “ลายนี้ควรใช้เทคนิคอะไรถึงดีที่สุด”

สกรีน DFT กับ DGT ต่างกันยังไงเลือกแบบไหนให้เหมาะกับเสื้อ
สกรีน DFT กับ DGT ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเสื้อ และเทคนิคไหนเหมาะกับงานที่กำลังจะทำมากกว่า บทความนี้จะบอกคุณเอง

Half Tone กับ CMYK ต่างกันยังไง เทคนิคสกรีนเสื้อที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
Half Tone กับ CMYK ต่างกันยังไง เทคนิคสกรีนเสื้อที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ มันมีหลักการทำงานและลักษณะของภาพที่แตกต่างกัน