สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง ความต่างสีสกรีนที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้
สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง ความต่างสีสกรีน ที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้ เรื่องราวในบทความ EP.3 นี้จะเกี่ยวกับ สีเนื้อน้ำ Vs สีน้ำมัน นั่นเอง

สารบัญ · 7 หัวข้อ
สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง
ความต่างสีสกรีนที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้
สีเชื้อน้ำต่างจากสีน้ำมันยังไง ความต่างสีสกรีน ที่ผู้ผลิตแบรนด์ควรรู้ เรื่องราวในบทความ EP.3 นี้จะเกี่ยวกับ สีเนื้อน้ำ (Water based ink) Vs สีน้ำมัน (Plastisol ink) นั่นเอง
ในเรื่องของ "การสกรีน" ที่ผู้บริโภคและผู้ผลิตเองก็อาจจะยังไม่รู้ จริงๆแล้วการเลือกสกรีนตามความสดใหม่ หรือเทคนิคต่างๆ ก็ดี แต่หากคุณอยากรู้ลึกมากกว่านั้น เพราะการเลือกใช้สีสกรีนที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพและผลลัพธ์ของงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตแบรนด์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สีสกรีนหลักๆ ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ สีเชื้อน้ำ (Water-based ink) และสีน้ำมัน (Plastisol ink) ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป
บอกต่อทริค(ไม่)ลับ
สีเชื้อน้ำ หรือสียาง
สีเชื้อน้ำเป็นสีสกรีนที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ทำให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมมากกว่าสีน้ำมัน เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายและไม่ติดไฟง่าย สีเชื้อน้ำเหมาะสำหรับงานสกรีนเสื้อผ้าเด็กหรือเสื้อผ้าที่ต้องการความปลอดภัยสูง
สีเชื้อน้ำมีคุณสมบัติในการซึมเข้าเนื้อผ้าได้ดี ทำให้ลายสกรีนมีความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีหลายประเภทให้เลือกใช้ เช่น สียาง สีจม สีลอย และสีนูน ซึ่งแต่ละประเภทให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป
- ต่างประเทศยอมรับ
เพราะเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากไม่มีน้ำมัน โอกาสติดไฟไม่มี
- เหมาะกับงานเสื้อเด็ก
เพราะมีความปลอดภัยตามข้างต้นที่กล่าวไป รับรองว่าเรื่องความปลอดภัยนั้นคือที่สุด
สีน้ำมัน หรือสีพลาสติซอล
สีน้ำมันหรือสีพลาสติซอลเป็นสีสกรีนที่มีความเงางาม สีสันสดใส และมีความทนทานสูง เหมาะสำหรับงานสกรีนที่มีลายละเอียดสูงหรือต้องการความคมชัดเป็นพิเศษ เช่น เสื้อวงดนตรียุคเก่าหรือเสื้อผ้าแฟชั่น
สีน้ำมันมีองค์ประกอบหลักคือ PVC และ Plasticizer โดยใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลายและใช้ความร้อนในการอบสีให้แห้ง เมื่อสกรีนลงบนผ้า สีจะไม่ซึมเข้าไปในใยผ้า แต่จะเคลือบอยู่บนเส้นใย ทำให้ลายสกรีนมีความหนาและมีมิติ
-
แนวเสื้อสไตล์ บลูเลค (เสื้อวงดนตรียุคเก่า) นิยมใช้กันอย่างมาก
-
เหมาะกับงานที่มีลายละเอียดสูง คมชัดและสวยมาก

ทำความรู้จักกับ สีเชื้อน้ำ หรือสียาง
: สีสกรีนประเภทนี้จะอาศัยน้ำเป็นตัวละลายเนื้อสี (Pigment) และแป้งพิมพ์ (Print paste) เข้ากันเป็นเนื้อเดียว โดยแป้งพิมพ์ที่เตรียมไว้สำหรับผสมกับสีสกรีนจะมีส่วนผสมของสารยึดเกาะ (Binder) เพื่อช่วยในการยึดติดบนเส้นใยของเสื้อผ้า ทำให้สีซึมเข้าเนื้อผ้าได้ง่าย สกรีนอยู่แน่น และติดทนกว่าสีสกรีนเสื้อแบบอื่น ทั้งนี้สีเชื้อน้ำยังแบ่งออกประเภทย่อยที่คนต่างรู้จักกันเป็น 4 อย่าง คือ สียาง, สีจม, สีลอย และสีนูน
เรื่องของ "สีเชื้อน้ำ" ที่ควรรู้
การสกรีนแบบสีเชื้อน้ำ จะทำให้สีซึมเข้าเนื้อผ้าได้ง่าย สกรีนอยู่แน่น และติดทนกว่าสีสกรีนเสื้อแบบอื่น ที่สำคัญในเรื่องของความปลอดภัยที่ไม่ได้มีเชื้อน้ำมันมาเจือปน ทำให้เหมาะกับทุกคน ทุกสภาพผิว ทุกเพศ และทุกวัยตามที่กล่าวไปแบบสรุปในข้างต้น
ทำความรู้จักกับ สีน้ำมัน หรือสีพลาสติซอล
: สกรีนพลาสติซอล สีสกรีน ที่มีความเงางาม สีสดใส สวยงาม เนื้อสัมผัสดี นิยมนำไปสกรีนทั้งบนเสื้อสีอ่อนและสีเข้ม ได้หมดเลยสีประเภทนี้ ซึ่งมีองค์ประกอบหลักของเนื้อสีผลิตมาจาก PVC และ Plasticizer โดยอาศัยน้ำมันเป็นตัวทำละลาย ใช้ความร้อนเป็นตัวแปรในการอบสีให้แห้ง เมื่อสกรีนลงไปบนผ้าจะไม่ซึมเข้าไปในใยผ้า แต่จะเคลือบอยู่บนเส้นใยผ้า ซึ่งความร้อนตรงส่วนนี้ก็ช่วยทำให้สีสกรีนเสื้อพลาสติซอลนั้นเกิดการยึดติดกับเสื้อได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้อดีของสีสกรีนเสื้อชนิดนี้คือสามารถสกรีนลงบนเสื้อได้มากกว่าสีสกรีนเสื้อแบบเชื้อน้ำ หน้าบล็อกสกรีนจะไม่อุดตันระหว่างพิมพ์ และสกรีนได้หลากหลายเทคนิคกว่า แต่ข้อเสียคือขั้นตอนยุ่งยาก และต้องใช้อุปกรณ์หลากหลาย ผู้สกรีนจะต้องมีความประณีตอย่างมากในการสกรีน หากสีเปื้อนมือต้องใช้ทินเนอร์ในการล้างเท่านั้น
เรื่องของ "สีน้ำมัน" ที่ควรรู้
การสกรีนด้วยสีเชื้อน้ำมัน ข้อดีคือสามารถสกรีนลงบนเสื้อได้มากกว่าสีสกรีนเสื้อแบบเชื้อน้ำ หน้าบล็อกสกรีนจะไม่อุดตันระหว่างพิมพ์ และสกรีนได้หลากหลายเทคนิคกว่า การสกรีนจะมีความหนาออกมาจากเนื้อผ้า มีสีทึบแสงและเงางามไม่ต่างจากสีสกรีนเสื้อแบบยางเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากสีพลาสติกซอลใช้สารเคมีเป็นองค์ประกอบหลัก ในบางประเทศจึงไม่นิยมใช้ เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการนำเข้าประเทศ
พบกับ TNP บอกต่อ EP.4 ในบทความถัดไปว่าจะเป็นเรื่องน่ารู้อะไรต่อ สำหรับบทความนี้ สวัสดีค่ะ : )
บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มทำแบรนด์เสื้อ ทำเสื้อแบบไหนดี 4 แบบที่เหมาะกับมือใหม่
เริ่มทำแบรนด์เสื้อ ทำเสื้อแบบไหนดี 4 แบบที่เหมาะกับมือใหม่ เสื้อแบบไหนเหมาะกับแบรนด์และลูกค้าที่ต้องการขายให้มากที่สุด

สินค้าขายดีต่อยอดคอลเลกชันใหม่อย่างไร ให้แบรนด์เสื้อผ้าไม่จำเจ
แชร์เทคนิคต่อยอดสินค้าขายดีให้เป็นคอลเลกชันใหม่สำหรับแบรนด์เสื้อผ้า รักษาเอกลักษณ์เดิม เพิ่มความแตกต่าง และสร้างโอกาสในการขาย

ทรงเสื้อ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เลือกทรงให้ตรงใจลูกค้า
ทรงเสื้อ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เลือกทรงให้ตรงใจลูกค้า จากเสื้อยืดความยาวปกติเป็นทรงสั้นที่มีช่วงไหล่กว้างขึ้น ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้ผู้ซื้อรับรู้ถึงสไตล์